เวลาเลือกซื้อชุดตรวจกระท่อม หลายคนมักเริ่มจากราคา จำนวนชิ้นต่อกล่อง หรือคำว่า “รู้ผลเร็ว” แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือ ชุดตรวจนั้นตรวจสารอะไร ใช้กับตัวอย่างประเภทไหน มีค่า Cut-off เท่าไร และมีข้อมูลประสิทธิภาพจากผู้ผลิตชัดเจนหรือไม่
เพราะการตรวจหากระท่อมไม่เหมือนกับการตรวจสารกลุ่ม Opioid ทั่วไป กระท่อมมีสารอัลคาลอยด์สำคัญอย่าง Mitragynine และ 7-hydroxymitragynine และการตรวจหาการใช้กระท่อมจำเป็นต้องใช้วิธีที่ตรวจสารกลุ่มนี้โดยเฉพาะ การตรวจปัสสาวะด้วยวิธี LC-MS/MS สามารถระบุ Mitragynine และ Metabolites ได้ และมีการพัฒนาชุด Lateral Flow สำหรับตรวจ Mitragynine ในปัสสาวะโดยตรงด้วย.
ดังนั้น ถ้าจุดประสงค์คือ “ตรวจว่ามีการได้รับสารจากกระท่อมหรือไม่” การเลือกเพียงชุดตรวจสารเสพติดหลายรายการที่ไม่มี Mitragynine อยู่ในรายการตรวจ อาจไม่ตอบโจทย์
เลือกชุดตรวจกระท่อมแบบไหนดี?
ชุดตรวจกระท่อมที่เหมาะควรเป็นชุดตรวจที่ระบุชัดว่าสามารถตรวจหา Mitragynine หรือสารเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกระท่อมได้ ไม่ควรเลือกเพียงเพราะเป็นชุดตรวจ Opioid หรือชุดตรวจสารเสพติดหลายชนิด
ก่อนซื้อควรเช็กอย่างน้อย 7 เรื่อง ได้แก่
- ตรวจหา Mitragynine โดยตรงหรือไม่
- ใช้กับปัสสาวะหรือ Sample ชนิดใด
- ค่า Cut-off เท่าไร
- มีข้อมูล Sensitivity / Specificity หรือ Performance Data หรือไม่
- วิธีอ่าน Positive / Negative / Invalid ชัดเจนหรือไม่
- วันหมดอายุ การเก็บรักษา และ Lot Number ตรวจสอบได้หรือไม่
- หากผลมีผลต่อการลงโทษ การจ้างงาน หรือการตัดสินใจสำคัญ มีระบบตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการหรือไม่
งานวิจัยเกี่ยวกับ Mitragynine Lateral Flow เคยพัฒนาชุดตรวจที่ Cut-off 0.5 µg/mL ในปัสสาวะ แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าของระบบตรวจในงานวิจัยนั้น ไม่ควรนำไปเหมารวมว่าเป็น Cut-off มาตรฐานของชุดตรวจทุกยี่ห้อ ผู้ซื้อควรยึด Specification และ Instructions for Use ของผลิตภัณฑ์จริงเป็นหลัก

ชุดตรวจกระท่อมตรวจหาอะไร?
โดยทั่วไป การตรวจหาการใช้กระท่อมจะให้ความสำคัญกับ Mitragynine ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์สำคัญของ Mitragyna speciosa หรือกระท่อม
การศึกษาด้าน Toxicology ได้พัฒนาวิธีตรวจ Mitragynine และ Metabolites ในปัสสาวะโดยใช้ Liquid Chromatography และ Tandem Mass Spectrometry และสามารถใช้ตรวจตัวอย่างทางคลินิกและนิติเวชได้.
งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพัฒนา Lateral Flow Assay ที่ตรวจ Mitragynine ในปัสสาวะโดยตรง แสดงให้เห็นว่าการทำ Rapid Screening สำหรับสารเป้าหมายของกระท่อมสามารถทำได้โดยใช้ Antibody ที่ออกแบบเฉพาะ.
ดังนั้นเวลาซื้อควรมองหาในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ว่า
Target Analyte: Mitragynine
หรือระบุชัดว่าใช้สำหรับ Kratom / Mitragynine Screening
มากกว่าดูเพียงคำว่า “Drug Test”
ชุดตรวจ Opioid ใช้ตรวจหากระท่อมแทนได้ไหม?
ไม่ควรสรุปว่าใช้แทนกันได้
แม้สารสำคัญจากกระท่อมจะมีฤทธิ์เกี่ยวข้องกับ Opioid Receptors แต่ Standard Opiate Immunoassay ทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะตรวจพบ Mitragynine หรือ 7-hydroxymitragynine โดยอัตโนมัติ แนวทางด้าน Toxicology ระบุว่าการตรวจสารบางประเภท รวมถึงสารในกระท่อม จำเป็นต้องใช้ Assay เฉพาะ ไม่ได้อยู่ใน Opiate Screening ทั่วไป.
ดังนั้น หากต้องการตรวจ “กระท่อม” โดยเฉพาะ ให้ดูสารที่ชุดตรวจ Detect จริง ไม่ใช่ดูชื่อหมวดกว้าง ๆ
ตารางเลือกชุดตรวจกระท่อมตามการใช้งาน
| การใช้งาน | ชุดตรวจที่ควรพิจารณา | จุดที่ควรเน้น |
|---|---|---|
| ตรวจเบื้องต้นทั่วไป | Single Test สำหรับ Mitragynine | ใช้ง่าย อ่านผลชัด |
| ตรวจเฉพาะกระท่อม | Mitragynine Urine Test | Target ตรงสาร |
| ตรวจหลายสารพร้อมกัน | Multi-panel ที่มี Mitragynine รวมอยู่จริง | เช็กรายการสารทีละตัว |
| สถานประกอบการ | ชุดตรวจที่มี IFU และ Performance Data ชัด | Lot, Expiry, Record |
| ตรวจจำนวนมาก | รูปแบบใช้งานง่าย บรรจุแยกชิ้น | ต้นทุนต่อ Test + QC |
| ผลมีผลกระทบสูง | Rapid Screening + Lab Confirmation | Chain of custody / Confirmation |
ข้อสำคัญ: Multi-panel ไม่ได้แปลว่าตรวจ Mitragynine เสมอ ต้องตรวจรายการ Target Analytes บนฉลากหรือ IFU จริง
Single Test กับ Multi-panel แบบไหนดีกว่า?
ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการตรวจ
Single Test
ถ้าต้องการตรวจเฉพาะกระท่อม การใช้ชุดตรวจที่เจาะจง Mitragynine มีข้อดีคือ
- เข้าใจง่าย
- ลดความสับสนในการอ่านหลายช่อง
- เหมาะกับการตรวจเฉพาะเป้าหมาย
- คำนวณต้นทุนต่อสารได้ง่าย
Multi-panel
เหมาะกับกรณีที่ต้องคัดกรองสารหลายชนิดในตัวอย่างเดียว แต่ต้องเช็กให้แน่ใจก่อนว่า Panel นั้นมี Mitragynine จริง
อย่าคิดว่า
“10 สาร น่าจะมีกระท่อมด้วย”
เพราะรายการตรวจขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละผลิตภัณฑ์
ค่า Cut-off ของชุดตรวจกระท่อมสำคัญไหม?
สำคัญมาก
Cut-off คือระดับความเข้มข้นที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตอบสนองของชุดตรวจ
พูดง่าย ๆ คือ Rapid Test ไม่ได้ตอบว่า
“มี Mitragynine อยู่แม้แต่นิดเดียวหรือไม่”
แต่ตอบตาม Threshold ที่ชุดตรวจถูกออกแบบไว้
งานวิจัย Lateral Flow สำหรับ Mitragynine เคยตั้ง Cut-off ที่ 0.5 µg/mL ในปัสสาวะ ขณะที่วิธี LC-MS/MS ทางห้องปฏิบัติการสามารถวัด Mitragynine ในปัสสาวะในช่วงที่ต่ำกว่านั้นได้มาก แสดงให้เห็นว่า Rapid Screening และ Laboratory Quantitation มีวัตถุประสงค์และความไวแตกต่างกัน.
ดังนั้น ก่อนซื้อให้ถามผู้ขายว่า
“Cut-off ของรุ่นนี้เท่าไร และมีเอกสารยืนยันจากผู้ผลิตหรือไม่?”
Cut-off ต่ำกว่าหมายความว่าดีกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอ
การเลือก Cut-off ต้องเหมาะกับ
- วัตถุประสงค์การตรวจ
- วิธีที่ใช้ Validate ผลิตภัณฑ์
- Performance ของ Assay
- Population และบริบทการใช้งาน
- นโยบายขององค์กร
ชุดที่ Cut-off ต่ำมากไม่ได้หมายความว่าจะ “ดีกว่า” โดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณา False Positive, Cross-reactivity และข้อมูล Validation ประกอบด้วย
ดังนั้นอย่าซื้อเพียงเพราะโฆษณาว่า “ตรวจได้ต่ำที่สุด”
8 จุดที่ควรเช็กก่อนซื้อชุดตรวจกระท่อม
1. ต้องระบุ Mitragynine ชัดเจน
นี่คือข้อแรกที่ควรดู
ถ้าต้องการตรวจหาการได้รับกระท่อม ควรเห็นรายละเอียดสารเป้าหมายอย่างชัดเจน
Mitragynine / Kratom
การตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับ Kratom ก็ใช้ Mitragynine และสารที่เกี่ยวข้องเป็นเป้าหมายในการวิเคราะห์
2. ดูชนิดตัวอย่าง
อย่าใช้ชุดตรวจผิด Sample
หากบนผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้กับ
Urine
ก็ควรใช้กับปัสสาวะตาม IFU
ไม่ควรนำไปใช้กับ
- น้ำลาย
- เลือด
- น้ำดื่ม
- เครื่องดื่ม
- ใบกระท่อม
โดยอนุมานเอง
งานที่พัฒนาวิธีตรวจ Mitragynine ในมนุษย์และชุด Lateral Flow ที่กล่าวถึงข้างต้นใช้ Urine เป็นหนึ่งใน Matrix สำคัญของการตรวจ.
3. ตรวจ Cut-off
ผลิตภัณฑ์ควรระบุ Cut-off อย่างชัดเจน
ถ้าร้านขายตอบไม่ได้ว่า
รุ่นนี้ Cut-off เท่าไร?
ควรขอ Datasheet หรือ IFU ก่อนตัดสินใจ
4. ขอ Performance Data
ข้อมูลที่ดีควรมีมากกว่าประโยคว่า
“แม่นยำ 99%”
ควรดูว่าตัวเลขนั้นมาจากอะไร เช่น
- Sensitivity
- Specificity
- Agreement
- จำนวนตัวอย่าง
- วิธี Reference
- Cross-reactivity
เพราะประสิทธิภาพของ Immunoassay ขึ้นอยู่กับ Antibody, Cut-off และการ Validation ของระบบตรวจนั้น ไม่สามารถนำข้อมูลจากชุดตรวจ Mitragynine คนละรุ่นมาใช้แทนกันได้.
5. อ่าน Cross-reactivity
Cross-reactivity คือข้อมูลว่าสารอื่นมีโอกาสรบกวนการตอบสนองของ Assay หรือไม่
สำหรับการตรวจที่ต้องการความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในองค์กร ควรมีเอกสารจากผู้ผลิตให้ตรวจสอบ ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “ไม่มีผลรบกวน” โดยไม่มีข้อมูลประกอบ
6. ดูวิธีอ่านผล
ก่อนซื้อควรรู้ว่า
- Positive ขึ้นกี่เส้น
- Negative ขึ้นกี่เส้น
- Invalid ดูอย่างไร
- ต้องอ่านภายในกี่นาที
- เส้นจางแปลอย่างไร
เพราะ Lateral Flow แบบ Competitive สามารถมีหลักการที่ ตัวอย่าง Negative เกิด Signal บริเวณ Test Region ขณะที่สารในระดับสูงสามารถลดหรือทำให้ Test Signal หายไป ดังที่พบในการพัฒนาชุดตรวจ Mitragynine แบบ Lateral Flow.
ดังนั้นอย่าใช้วิธีจำจากชุดตรวจประเภทอื่น ต้องอ่าน IFU ของรุ่นนั้นเสมอ
7. เช็กวันหมดอายุและการเก็บรักษา
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุ
- Lot Number
- Manufacturing / Expiry
- Storage Condition
- ซองบรรจุแยก
- Instructions for Use
ชัดเจน
สำหรับองค์กรที่ตรวจหลายคน การมี Lot Number ยังช่วยให้ติดตามปัญหาและบันทึกผลย้อนหลังได้ง่ายกว่า
8. ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าผล Positive
นี่เป็นเรื่องที่ควรวางแผน ก่อนซื้อชุดตรวจ
Rapid Test เป็นเครื่องมือ Screening
หากผลมีผลต่อ
- การจ้างงาน
- การลงโทษพนักงาน
- กระบวนการทางกฎหมาย
- การรักษา
- สิทธิของบุคคล
ควรมีขั้นตอนยืนยันผลที่เหมาะสม
วิธีทางห้องปฏิบัติการอย่าง LC-MS/MS สามารถตรวจและวิเคราะห์ Mitragynine และ Metabolites ในปัสสาวะได้อย่างจำเพาะมากกว่าการอ่านผล Rapid Screening

ตารางเปรียบเทียบ ชุดตรวจกระท่อมราคาถูกกับชุดที่มีข้อมูลครบ
| จุดเปรียบเทียบ | ควรเลือก | ควรระวัง |
|---|---|---|
| Target | ระบุ Mitragynine ชัด | เขียนแค่ Drug Test |
| Cut-off | มีตัวเลขระบุ | ไม่ระบุ |
| IFU | มีรายละเอียดครบ | ไม่มีคู่มือ |
| Performance | มีข้อมูลรองรับ | บอกเพียง “แม่น 99%” |
| Lot Number | ตรวจสอบได้ | ไม่มีข้อมูล |
| Expiry | ชัดเจน | ใกล้หมดอายุ/ไม่ระบุ |
| Storage | ระบุเงื่อนไข | ไม่ทราบวิธีเก็บ |
| Positive/Negative | มีภาพและวิธีอ่าน | อธิบายไม่ชัด |
| Confirmation | มีแนวทางรองรับ | ใช้ Rapid Test ตัดสินทันที |
ดังนั้น ราคาถูกที่สุดไม่จำเป็นต้องคุ้มที่สุด โดยเฉพาะถ้าซื้อใช้ในองค์กรและต้องตรวจซ้ำเพราะผลอ่านไม่ชัด
เลือกชุดตรวจกระท่อมสำหรับตรวจพนักงาน ต้องดูอะไรเพิ่ม?
หากใช้ในสถานประกอบการ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเพิ่มจากการตรวจทั่วไปคือ
Procedure
กำหนดให้ชัดว่าใครเก็บตัวอย่าง ใครอ่านผล และอ่านภายในเวลาเท่าไร
Lot Traceability
ควรบันทึก Lot และ Expiry ของชุดตรวจ
Result Record
มีเอกสารหรือระบบบันทึกผล
Privacy
ผลตรวจเป็นข้อมูลของบุคคล ควรมีการจัดการและเปิดเผยเท่าที่จำเป็นตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Confirmation
ถ้า Preliminary Positive จะทำอะไรต่อ?
ควรกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินหลังเห็นผล
โดยเฉพาะผลที่อาจมีผลกระทบต่อบุคคล การใช้วิธีวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่จำเพาะ เช่น LC-MS/MS ช่วยตรวจ Mitragynine และสารที่เกี่ยวข้องได้ละเอียดกว่า Rapid Screening.
ชุดตรวจกระท่อมสำหรับโรงเรียนหรือครอบครัว เลือกเหมือนกันไหม?
หลักพื้นฐานเหมือนกัน คือ
Target ต้องถูก + วิธีใช้ชัด + Cut-off ชัด + ผลอ่านง่าย
แต่บริบทการนำผลไปใช้ต่างกัน
หากเป็นการตรวจเด็กหรือบุคคลอื่น ไม่ควรตีความ Rapid Test เป็นหลักฐานเด็ดขาดโดยไม่พิจารณาข้อจำกัดของการตรวจ ความเป็นส่วนตัว และการตรวจยืนยันเมื่อผลมีผลกระทบสูง
เป้าหมายของ Screening ควรเป็นการช่วยตัดสินใจว่าจะต้องตรวจหรือประเมินเพิ่มเติมหรือไม่ มากกว่าการใช้ผลครั้งเดียวเพื่อติดป้ายบุคคล
ชุดตรวจกระท่อม 1 ขีดหรือ 2 ขีด แบบไหนคือ Positive?
ต้องดูคู่มือของผลิตภัณฑ์
อย่าใช้กฎจากชุดตรวจการตั้งครรภ์หรือชุดตรวจเชื้อมาเทียบโดยตรง
Lateral Flow สำหรับ Mitragynine ที่พัฒนาด้วยหลัก Competitive Assay สามารถให้ Test Signal เมื่อสารเป้าหมายต่ำ และ Test Signal ลดลงเมื่อระดับ Mitragynine สูง ซึ่งเป็นหลักการกลับด้านจาก Test แบบ Sandwich หลายชนิด.
ดังนั้นก่อนใช้งานควรติดภาพ
Negative / Preliminary Positive / Invalid
ไว้ใกล้จุดตรวจเพื่อลดความผิดพลาดในการอ่านผล
ชุดตรวจกระท่อมแม่นยำ 100% ไหม?
ไม่ควรคาดหวัง Rapid Test ว่าแม่นยำ 100% ทุกกรณี
ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ
- Cut-off
- Antibody
- Sample
- ความเข้มข้นของสาร
- Timing
- Cross-reactivity
- Storage
- วิธีใช้
- การอ่านผล
งานวิจัยสามารถพัฒนาชุด Mitragynine Lateral Flow ให้ตรวจที่ Cut-off ที่กำหนดได้ แต่ประสิทธิภาพดังกล่าวเป็นของ Assay ที่ถูกทดสอบนั้น ไม่ใช่หลักฐานสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นทุกยี่ห้อ.
ชุดตรวจขึ้น Negative แปลว่าไม่เคยใช้กระท่อมหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปแบบนั้นได้
Rapid Screening ใช้ Cut-off ดังนั้น Negative หมายถึงตัวอย่างให้ผลต่ำกว่าเกณฑ์หรือเป็น Negative ตามเงื่อนไขของชุดตรวจในเวลานั้น
ไม่ได้แปลว่า
“บุคคลนี้ไม่เคยได้รับกระท่อมเลย”
เพราะผลยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ตรวจ ระดับสาร ตัวอย่าง และประสิทธิภาพของชุดตรวจ
หากต้องการข้อมูลเชิงยืนยัน ห้องปฏิบัติการสามารถใช้เทคนิค Chromatography-Mass Spectrometry ในการตรวจ Mitragynine และ Metabolites ได้ละเอียดกว่า.
วิธีเลือกซื้อชุดตรวจกระท่อมให้เหมาะกับการใช้งาน
ขั้นตอนที่ 1 ระบุวัตถุประสงค์ก่อน
ตอบให้ได้ว่าต้องการ
- ตรวจเฉพาะกระท่อม
- ตรวจหลายสาร
- ตรวจส่วนบุคคล
- ตรวจในองค์กร
เพราะจะกำหนดว่าควรใช้ Single Test หรือ Multi-panel
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจ Target Analyte
เลือกชุดที่ระบุ Mitragynine หรือ Target สำหรับ Kratom อย่างชัดเจน อย่าใช้ Opiate Test ทั่วไปแทนโดยอัตโนมัติ เพราะ Standard Opioid Screens ไม่ได้ครอบคลุมสารในกระท่อมเสมอไป.
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจ Sample Type
ดูว่าชุดตรวจออกแบบสำหรับปัสสาวะหรือ Sample ชนิดใด และใช้ให้ตรงตาม IFU
ขั้นตอนที่ 4 เช็ก Cut-off
ตรวจค่า Cut-off จากเอกสารผลิตภัณฑ์ และเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการคัดกรอง
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ Performance Data
ขอข้อมูล Sensitivity, Specificity, Accuracy/Agreement, Cross-reactivity และวิธี Reference ที่ผู้ผลิตใช้ในการประเมิน
ขั้นตอนที่ 6 อ่าน IFU ก่อนซื้อจำนวนมาก
ดูจำนวนหยดหรือวิธีจุ่ม เวลาอ่านผล วิธีดู C/T และเงื่อนไข Invalid ให้แน่ใจว่าพนักงานสามารถทำตามได้จริง
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจ Lot, Expiry และ Storage
เลือกสินค้าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ มีวันหมดอายุเหลือเหมาะสม และมีเงื่อนไขการเก็บชัดเจน
ขั้นตอนที่ 8 ทดลองใช้ Pilot Lot
หากองค์กรต้องซื้อจำนวนมาก ควรทดลอง Workflow ก่อน เช่น ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง จับเวลา อ่านผล และบันทึกข้อมูล
ขั้นตอนที่ 9 วางแผน Confirmation
กำหนดล่วงหน้าว่าหาก Rapid Test เป็น Preliminary Positive จะส่งตรวจยืนยันที่ไหนและใช้วิธีใด วิธี LC-MS/MS สามารถใช้ตรวจ Mitragynine และ Metabolites ในปัสสาวะได้อย่างจำเพาะ.
Checklist เลือกซื้อชุดตรวจกระท่อม
ก่อนกดสั่งซื้อ ลองเช็กให้ครบ:
- ตรวจ Mitragynine จริง
- Sample Type ตรงกับการใช้งาน
- Cut-off ระบุชัด
- มี IFU
- มี Performance Data
- มี Cross-reactivity Data
- วิธีอ่านผลชัด
- ระบุเวลาอ่านผล
- Lot Number ตรวจสอบได้
- Expiry Date ชัดเจน
- Storage Condition ชัด
- บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์
- มีผู้ขาย/ผู้จัดจำหน่ายที่ติดต่อได้
- มีระบบตรวจยืนยันเมื่อจำเป็น
ถ้าขาดข้อมูลสำคัญหลายข้อ แม้ราคาจะถูกกว่าก็อาจไม่เหมาะกับการตรวจที่ต้องการความน่าเชื่อถือ
สรุป เลือกซื้อชุดตรวจกระท่อมแบบไหนดี?
ถ้าต้องจำเพียงประโยคเดียว ให้จำว่า
เลือกจาก “สารที่ตรวจ + Cut-off + Performance + IFU” ก่อนดูราคา
ชุดที่เหมาะสำหรับตรวจหากระท่อมควรระบุการตรวจ Mitragynine อย่างชัดเจน เพราะการตรวจ Opiate แบบทั่วไปไม่ได้รับประกันว่าจะตรวจสารในกระท่อมได้.
หากตรวจเฉพาะกระท่อม Single Mitragynine Test มักเข้าใจง่ายกว่า ส่วนถ้าต้องการตรวจหลายสาร สามารถเลือก Multi-panel ได้ แต่ต้องเช็กรายการ Target ว่ามี Mitragynine รวมอยู่จริง
สำหรับสถานประกอบการควรให้ความสำคัญกับ Lot, Expiry, Performance Data, Procedure และ Confirmation Plan เพิ่มขึ้น
และเมื่อผล Rapid Screening มีผลต่อสิทธิ การจ้างงาน หรือการตัดสินใจสำคัญ ไม่ควรใช้ผลจากแถบตรวจเพียงครั้งเดียวเป็นข้อสรุปเด็ดขาด เพราะมีวิธี LC-MS/MS ที่สามารถตรวจ Mitragynine และ Metabolites ในปัสสาวะได้อย่างจำเพาะและละเอียดกว่า.
FAQ เลือกซื้อชุดตรวจกระท่อม
ชุดตรวจกระท่อมควรตรวจสารอะไร?
ควรตรวจ Mitragynine หรือสารเป้าหมายที่ผู้ผลิตระบุสำหรับ Kratom โดย Mitragynine เป็นอัลคาลอยด์สำคัญที่ถูกใช้เป็น Target ในทั้งวิธี Lateral Flow และ Laboratory Analysis สำหรับการตรวจหาการได้รับกระท่อม.
ชุดตรวจ Opioid ตรวจเจอกระท่อมไหม?
ไม่ควรสรุปว่าจะตรวจเจอ Standard Opiate Immunoassay ทั่วไปไม่ได้ครอบคลุม Mitragynine และ 7-hydroxymitragynine โดยอัตโนมัติ จึงควรเลือก Assay ที่ออกแบบสำหรับกระท่อมโดยเฉพาะ.
Single Test กับ Multi-panel แบบไหนเหมาะกว่า?
ถ้าตรวจเฉพาะกระท่อม Single Test จะตรงเป้าหมายและอ่านผลง่ายกว่า หากต้องการคัดกรองหลายสารสามารถใช้ Multi-panel ได้ แต่ต้องตรวจว่ามี Mitragynine อยู่ในรายการจริง
ค่า Cut-off ของชุดตรวจกระท่อมควรเท่าไร?
ไม่มีค่าเดียวที่ควรนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อ งานวิจัย Lateral Flow หนึ่งระบบเคยใช้ Cut-off 0.5 µg/mL แต่ควรเลือกและแปลผลตาม Cut-off ที่ผ่านการ Validation ของชุดตรวจจริง.
Cut-off ยิ่งต่ำยิ่งดีไหม?
ไม่จำเป็น Cut-off ต้องพิจารณาร่วมกับ Performance, Cross-reactivity และวัตถุประสงค์ของการตรวจ ไม่ควรเลือกจากตัวเลขต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว
ซื้อชุดตรวจจำนวนมากต้องดูอะไร?
ควรดู Target, Cut-off, Performance Data, Lot Number, Expiry, Storage Condition, IFU, ความสะดวกในการใช้งาน และวางแผนการตรวจยืนยันสำหรับผลที่มีความสำคัญ
ชุดตรวจกระท่อมขึ้น Positive ถือว่ายืนยันแล้วหรือไม่?
Rapid Test ควรถูกมองเป็นการคัดกรอง หากผลมีผลกระทบสูงควรพิจารณาการตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่จำเพาะ เช่น LC-MS/MS ซึ่งสามารถวิเคราะห์ Mitragynine และ Metabolites ในปัสสาวะได้.
ผล Negative แปลว่าไม่เคยใช้กระท่อมหรือไม่?
ไม่ใช่ ผล Negative หมายถึงผลตัวอย่างอยู่ในเงื่อนไข Negative ของชุดตรวจ ณ เวลาที่ตรวจ ไม่สามารถยืนยันว่าไม่เคยได้รับสารจากกระท่อมมาก่อน
ชุดตรวจกระท่อมใช้ตรวจกับน้ำดื่มได้ไหม?
ควรใช้เฉพาะ Sample Type ที่ผู้ผลิตระบุ หากผลิตภัณฑ์ออกแบบสำหรับปัสสาวะ ไม่ควรนำไปใช้ตรวจเครื่องดื่มหรือ Sample ชนิดอื่นโดยไม่มีข้อมูล Validation รองรับ
ก่อนซื้อควรขอเอกสารอะไรจากผู้ขาย?
อย่างน้อยควรขอ Specification หรือ IFU ที่ระบุ Target Analyte, Cut-off, วิธีใช้, เวลาอ่านผล, การแปลผล, Storage Condition และ Performance Data ของผลิตภัณฑ์
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจกระท่อมทั้งหมด : ” ชุดตรวจกระท่อม“







