พอตเคตรวจปัสสาวะเจอไหม? เข้าใจหลักการตรวจคัดกรองเบื้องต้น
คำว่า “พอตเค” ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีเฉพาะเคตามีน แต่ในความเป็นจริง พอตเคเป็นเพียงชื่อเรียกในตลาด ไม่ใช่ชื่อของสารเคมีที่แน่นอน น้ำยาภายในอาจมีเอโทมิเดต เคตามีน เมทแอมเฟตามีน นิโคติน หรือสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นผสมอยู่ก็ได้
ดังนั้น หากถามว่า พอตเคตรวจปัสสาวะเจอไหม คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ตรวจเจอได้ แต่ต้องใช้ชุดตรวจที่ตรงกับสารซึ่งอยู่ในพอตจริง” ชุดตรวจสารเสพติดทั่วไปไม่ได้ตรวจครอบคลุมสารทุกชนิด และผลลบไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าไม่เคยได้รับสาร
ก่อนตรวจ ต้องเข้าใจก่อนว่า “พอตเค” อาจไม่ได้มีแค่ยาเค
ชื่อ “พอตเค” ไม่สามารถใช้ยืนยันส่วนประกอบของน้ำยาได้ เพราะผลิตภัณฑ์ลักลอบไม่มีสูตรหรือมาตรฐานการผลิตที่แน่นอน แม้บรรจุภัณฑ์ สี กลิ่น และรูปลักษณ์จะเหมือนกัน แต่สารภายในอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ปัจจุบันคำว่า “พอตเค” หรือ “บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้” ถูกเชื่อมโยงกับการลักลอบผสม เอโทมิเดต (Etomidate) และเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานการตรวจพบทั้ง เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์และเอโทมิเดตในหัวพอตตัวอย่างเดียวกัน เป็นครั้งแรกของไทย จึงยิ่งตอกย้ำว่าพอตหนึ่งชิ้นอาจมีสารมากกว่าหนึ่งชนิด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
เอโทมิเดตเป็นยานำสลบที่ใช้ในสถานพยาบาล ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ และได้รับการจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
พอตเคตรวจปัสสาวะเจอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอะไร?
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่คำว่า “พอตเค” แต่อยู่ที่ว่า ชุดตรวจออกแบบมาให้ตรวจสารอะไร
| สารที่อาจพบ | รายการที่ควรมองหาบนชุดตรวจ | ชุดตรวจทั่วไปตรวจเจอหรือไม่ |
|---|---|---|
| เอโทมิเดต (Etomidate) | Etomidate, ETO หรือสารเมแทบอไลต์ตามที่ผู้ผลิตระบุ | ไม่พบ หากชุดตรวจไม่มีช่องเฉพาะสำหรับสารนี้ |
| เคตามีน (Ketamine) | Ketamine, KET หรือสารเมแทบอไลต์ที่ระบุในเอกสาร | ตรวจได้เฉพาะชุดที่มีช่อง KET |
| เมทแอมเฟตามีน | MET, METH หรือ mAMP | ชุดตรวจหลายสารบางรุ่นอาจมีช่องนี้ |
| นิโคติน | Cotinine หรือ COT | ต้องใช้ชุดตรวจนิโคตินหรือโคตินีนโดยเฉพาะ |
| สารออกฤทธิ์ชนิดใหม่ | ต้องทราบชื่อสารและวิธีวิเคราะห์ที่รองรับ | ชุดตรวจทั่วไปอาจไม่ครอบคลุม |
ตัวอย่างเช่น หากพอตมีเอโทมิเดต แต่ใช้ชุดตรวจเคตามีน ผลอาจไม่พบสาร เพราะเอโทมิเดตกับเคตามีนเป็นคนละสารกัน ในทางกลับกัน หากพอตถูกผสมเมทแอมเฟตามีน ชุดตรวจที่มีช่อง MET อาจให้ผลคัดกรองเป็นบวกได้ แม้ชุดนั้นจะไม่มีช่องตรวจเอโทมิเดตก็ตาม
ชุดตรวจปัสสาวะทำงานอย่างไร?
ชุดตรวจปัสสาวะแบบรวดเร็วส่วนใหญ่ใช้หลักการตรวจทางภูมิคุ้มกัน โดยออกแบบให้ตอบสนองต่อสารเป้าหมายหรือสารเมแทบอไลต์ของสารนั้น เมื่อความเข้มข้นในปัสสาวะถึงเกณฑ์ Cut-off ที่กำหนด ชุดตรวจจึงแสดงผลตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์
คำว่า Cut-off หมายถึงระดับความเข้มข้นที่ใช้แบ่งผลคัดกรอง หากสารมีอยู่จริงแต่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว ผลอาจแสดงเป็นลบได้ จึงไม่ควรตีความว่าผลลบเท่ากับ “ไม่มีสารอยู่ในร่างกายเลย”
สำหรับเอโทมิเดต ร่างกายจะเปลี่ยนสารส่วนหนึ่งเป็น Etomidate Acid และขับออกทางไต งานวิจัยทางพิษวิทยาจึงพัฒนาวิธีตรวจทั้งเอโทมิเดตและเมแทบอไลต์ดังกล่าวในปัสสาวะด้วยเทคนิค LC-MS/MS งานวิจัยใน Journal of Analytical Toxicology
ทำไมบางคนใช้พอตเค แต่ตรวจปัสสาวะไม่เจอ?
ผลลบอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าชุดตรวจเสียหรือผู้ถูกตรวจไม่เคยได้รับสารเสมอไป
1. เลือกชุดตรวจไม่ตรงสาร
นี่เป็นสาเหตุที่พบได้ง่ายที่สุด หากต้องการตรวจเอโทมิเดต แต่ใช้ชุดตรวจเคตามีนหรือชุดตรวจหลายสารที่ไม่มีช่อง ETO ผลก็ไม่สามารถบอกการได้รับเอโทมิเดตได้
2. สารมีความเข้มข้นต่ำกว่าค่า Cut-off
ปริมาณที่ได้รับ ระยะเวลาหลังใช้ การเผาผลาญ และความเข้มข้นของปัสสาวะ ล้วนมีผลต่อระดับสาร หากต่ำกว่าเกณฑ์ของชุดตรวจ อาจแสดงผลลบได้
3. ตรวจเร็วหรือช้าเกินช่วงที่ตรวจพบ
สารแต่ละชนิดใช้เวลาเข้าสู่ปัสสาวะและถูกขับออกจากร่างกายไม่เท่ากัน จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ตอบได้ว่าพอตเคทุกสูตรจะตรวจพบกี่วัน
4. ตัวอย่างปัสสาวะเจือจาง
การดื่มน้ำจำนวนมาก ภาวะทางร่างกาย หรือการเก็บตัวอย่างไม่ถูกต้อง อาจทำให้ความเข้มข้นของสารลดลงและมีผลต่อการคัดกรอง
5. ใช้หรือเก็บชุดตรวจไม่ถูกวิธี
ชุดตรวจหมดอายุ เก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม จุ่มเกินระดับ อ่านผลผิดเวลา หรือใช้ปริมาณตัวอย่างไม่ถูกต้อง ล้วนทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้
6. พอตมีสารชนิดใหม่ที่ชุดตรวจไม่ครอบคลุม
ชุดตรวจไม่ได้ค้นหาสารทุกอย่างพร้อมกัน แต่ตรวจเฉพาะรายการที่ได้รับการออกแบบไว้เท่านั้น หากน้ำยามีสารออกฤทธิ์ชนิดใหม่ ผลจากชุดตรวจมาตรฐานอาจไม่พบ
พอตเคตรวจพบได้นานกี่วัน?
ไม่ควรกำหนดเป็นจำนวนวันตายตัว เพราะคำว่า “พอตเค” อาจหมายถึงสารหลายชนิด ระยะเวลาที่ตรวจพบจึงขึ้นอยู่กับ
- ชนิดของสารและสารเมแทบอไลต์ที่ชุดตรวจค้นหา
- ปริมาณและความถี่ในการได้รับสาร
- เวลาที่ผ่านไปก่อนเก็บตัวอย่าง
- การทำงานของตับและไต
- ความเข้มข้นของปัสสาวะ
- ค่า Cut-off และความไวของชุดตรวจ
- วิธีตรวจแบบรวดเร็วหรือวิธีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
หากต้องการทราบช่วงเวลาตรวจพบของผลิตภัณฑ์ใด ควรอ้างอิงเอกสารกำกับของชุดตรวจนั้นโดยตรง ไม่ควรนำระยะเวลาของเคตามีนไปใช้แทนเอโทมิเดตหรือเมทแอมเฟตามีน
ผลบวกจากชุดตรวจหมายความว่าอย่างไร?
ผลบวกจากชุดตรวจรวดเร็วถือเป็น ผลคัดกรองเบื้องต้น หรือ Presumptive Positive หมายความว่า ตัวอย่างมีปฏิกิริยาตรงตามเกณฑ์ของชุดตรวจ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายสำหรับการรักษา การลงโทษทางวินัย การจ้างงาน หรือกระบวนการทางกฎหมาย
สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ แนะนำว่า ผลบวกเบื้องต้นจากชุดตรวจปัสสาวะควรส่งตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากยา อาหารเสริม หรือปัจจัยอื่นอาจรบกวนผลได้ U.S. FDA
วิธียืนยันอาจใช้เทคนิคที่มีความจำเพาะสูง เช่น LC-MS/MS หรือ GC-MS โดยห้องปฏิบัติการจะเลือกวิธีให้เหมาะกับสารเป้าหมาย
ผลลบหมายความว่าไม่เคยใช้พอตเคหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ ผลลบหมายถึงชุดตรวจไม่พบสารเป้าหมายในระดับตั้งแต่ค่า Cut-off ขึ้นไป ณ เวลาที่ตรวจเท่านั้น สาเหตุอาจเป็นเพราะ
- ไม่มีสารเป้าหมายอยู่จริง
- ใช้ชุดตรวจไม่ตรงชนิดสาร
- ระดับสารต่ำกว่า Cut-off
- ตรวจไม่ตรงช่วงเวลา
- ตัวอย่างเจือจาง
- ชุดตรวจหรือขั้นตอนการทดสอบมีปัญหา
หากมีอาการหรือข้อมูลแวดล้อมที่ทำให้สงสัยสูง แม้ผลคัดกรองเป็นลบ ควรปรึกษาแพทย์หรือห้องปฏิบัติการเพื่อพิจารณาตรวจสารเฉพาะเพิ่มเติม
แนวทางตรวจคัดกรองพอตเคให้เหมาะสม
ขั้นที่ 1 ระบุสารที่ต้องการตรวจ
อย่าเลือกชุดตรวจจากคำโฆษณาว่า “ตรวจพอตเค” เพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบชื่อสารเป้าหมายบนกล่อง ฉลาก และเอกสารกำกับ เช่น Etomidate, Ketamine หรือ Methamphetamine
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบชนิดตัวอย่างและค่า Cut-off
ยืนยันว่าชุดตรวจใช้กับปัสสาวะ พร้อมตรวจสอบค่า Cut-off อายุผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขการเก็บรักษา และเวลาที่กำหนดให้อ่านผล
ขั้นที่ 3 เก็บตัวอย่างตามขั้นตอน
ใช้ภาชนะสะอาด เก็บตัวอย่างในปริมาณที่เหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต รวมถึงหลักความยินยอม ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมตัวอย่างขององค์กร
ขั้นที่ 4 อ่านผลภายในเวลาที่กำหนด
ไม่ควรอ่านเร็วหรือปล่อยทิ้งไว้นานกว่าช่วงเวลาที่เอกสารกำกับระบุ เพราะอาจทำให้แปลผลผิดพลาด
ขั้นที่ 5 ส่งยืนยันเมื่อผลมีผลกระทบต่อบุคคล
หากผลเป็นบวก ไม่สอดคล้องกับข้อมูล หรือจะนำไปใช้ตัดสินใจสำคัญ ควรส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจยืนยันสารชนิดนั้นโดยเฉพาะ
ถ้าสงสัยว่าได้รับพอตเคและมีอาการผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
หากผู้ใช้มีอาการหมดสติ หายใจช้า หายใจลำบาก ชัก เดินเซรุนแรง หัวใจเต้นผิดปกติ หรือไม่ตอบสนอง ควรโทรแจ้ง 1669 และนำส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอผลชุดตรวจปัสสาวะ เพราะเอโทมิเดตอาจกดการหายใจและการทำงานของสมอง ส่วนเมทแอมเฟตามีนเพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะและหัวใจวายเฉียบพลัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ระหว่างรอความช่วยเหลือ ไม่ควรปล่อยผู้มีอาการไว้ตามลำพัง ไม่ป้อนน้ำ อาหาร หรือยาแก่ผู้ที่หมดสติ และควรเก็บอุปกรณ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่สงสัยไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์ตรวจสอบ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารโดยตรง
สรุป: พอตเคตรวจปัสสาวะเจอไหม?

ตรวจเจอได้ หากเลือกชุดตรวจตรงกับสารที่อยู่ในพอตจริงและระดับสารถึงค่า Cut-off แต่พอตเคไม่มีสูตรตายตัว บางชิ้นอาจมีเอโทมิเดต บางชิ้นอาจมีเคตามีน เมทแอมเฟตามีน หรือสารหลายชนิดรวมกัน การใช้ชุดตรวจผิดเป้าหมายจึงอาจให้ผลลบทั้งที่มีการได้รับสารมาแล้ว
เพื่อให้ผลน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบชื่อสารบนชุดตรวจ ปฏิบัติตามเอกสารกำกับ และส่งยืนยันทางห้องปฏิบัติการเมื่อผลตรวจมีผลต่อการรักษา การทำงาน หรือสิทธิของผู้ถูกตรวจ
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช้แทนคำวินิจฉัยของแพทย์หรือผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการ
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
พอตเคตรวจปัสสาวะเจอไหม?
ตรวจเจอได้ หากชุดตรวจค้นหาสารที่อยู่ในพอตจริง เช่น เอโทมิเดต เคตามีน หรือเมทแอมเฟตามีน และระดับสารในปัสสาวะถึงค่า Cut-off ของชุดตรวจ
ชุดตรวจยาเคสามารถตรวจพอตเคได้ทุกชนิดหรือไม่?
ไม่ได้ ชุดตรวจยาเคหรือ Ketamine ตรวจเฉพาะสารเป้าหมายที่ผู้ผลิตระบุ ไม่สามารถใช้ยืนยันเอโทมิเดตหรือสารชนิดอื่นได้โดยอัตโนมัติ
พอตเคคือเคตามีนใช่หรือไม่?
ไม่จำเป็น ปัจจุบันข้อมูลภาครัฐไทยเชื่อมโยงพอตเคกับเอโทมิเดต และยังมีการตรวจพบเมทแอมเฟตามีนผสมร่วมด้วย จึงต้องตรวจจากสารจริง ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อเรียก
ชุดตรวจสารเสพติดแบบหลายรายการตรวจเอโทมิเดตได้ไหม?
ตรวจได้เฉพาะรุ่นที่ระบุ Etomidate หรือสารเป้าหมายที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจน หากไม่มีรายการดังกล่าว ชุดตรวจไม่สามารถใช้สรุปผลเอโทมิเดตได้
ผลลบแปลว่าไม่เคยใช้พอตเคใช่ไหม?
ไม่ใช่เสมอไป ผลลบอาจเกิดจากเลือกชุดตรวจไม่ตรงสาร ระดับสารต่ำกว่า Cut-off ตรวจผิดช่วงเวลา ตัวอย่างเจือจาง หรือขั้นตอนทดสอบไม่ถูกต้อง
ผลบวกจากชุดตรวจใช้ลงโทษพนักงานได้ทันทีหรือไม่?
ไม่ควรใช้ผลคัดกรองเพียงครั้งเดียวเป็นข้อสรุปสุดท้าย โดยเฉพาะเมื่อมีผลต่อการจ้างงานหรือสิทธิของบุคคล ควรมีนโยบายที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้ชี้แจง และส่งตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ
ตรวจปัสสาวะบอกได้ไหมว่าใช้พอตเคเมื่อใดหรือใช้มากแค่ไหน?
โดยทั่วไป ผลคัดกรองเชิงคุณภาพบอกได้เพียงว่าพบหรือไม่พบสารเหนือค่า Cut-off ไม่สามารถระบุเวลา ปริมาณที่ได้รับ หรือยืนยันว่าขณะตรวจยังมีอาการมึนเมาได้อย่างแม่นยำ
หากมีอาการผิดปกติแต่ตรวจไม่พบ ควรทำอย่างไร?
หากมีอาการซึม หมดสติ หายใจผิดปกติ ชัก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรโทร 1669 และไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอหรือตัดสินความปลอดภัยจากผลชุดตรวจเพียงอย่างเดียว
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจพอตเคทั้งหมด : ” ชุดตรวจพอตเค “







