ชุดตรวจสารเสพติดควรสั่งล่วงหน้ากี่ชุดสำหรับองค์กร

การสั่งซื้อชุดตรวจสารเสพติดสำหรับองค์กรไม่ได้จบที่การนับจำนวนพนักงาน เพราะในช่วงใช้งานจริงอาจมีพนักงานเข้าใหม่ การตรวจหลายรอบ หรือชุดตรวจที่ใช้งานไม่ได้จนต้องเปลี่ยนชุดใหม่ ขณะเดียวกัน การซื้อเผื่อมากเกินไปก็ทำให้เงินจมและเสี่ยงเหลือสินค้าหมดอายุ
จุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ฝ่ายบุคคลและฝ่ายจัดซื้อทำงานง่ายขึ้น คือกำหนดให้ชัดว่า จะตรวจใคร กี่ครั้ง และต้องมีสินค้าเพียงพอถึงวันไหน แล้วจึงคำนวณจำนวนสั่งซื้อจากแผนดังกล่าว
จำนวนชุดตรวจสารเสพติดที่องค์กรควรสั่งซื้อ
จำนวนชุดตรวจสารเสพติดที่องค์กรควรสั่งซื้อ = จำนวนที่คาดว่าจะใช้ในช่วงแผน + จำนวนสำรอง − สต็อกเดิมที่ยังใช้ได้ − สินค้าที่สั่งแล้วและจะมาทันใช้งาน
ตัวอย่าง หากจะตรวจพนักงาน 100 คน คนละ 1 ครั้ง ใช้คนละ 1 ชุด และกำหนดสำรองไว้ 10 ชุด เมื่อไม่มีสต็อกเดิม ควรเตรียมทั้งหมด 110 ชุด ทั้งนี้ จำนวนสำรองเป็นสมมติฐานสำหรับวางแผน ไม่ใช่มาตรฐานทางการแพทย์หรือข้อกำหนดที่ทุกองค์กรต้องใช้เท่ากัน
ก่อนสั่งซื้อ ต้องนับ “จำนวนครั้งตรวจ” ให้ถูกต้อง
องค์กรที่มีพนักงานเท่ากันอาจใช้ชุดตรวจไม่เท่ากัน เช่น บริษัทหนึ่งตรวจพนักงาน 100 คนปีละครั้ง ส่วนอีกบริษัทตรวจคนละ 2 ครั้ง จำนวนชุดตรวจพื้นฐานก็แตกต่างกันแล้ว แม้จำนวนพนักงานจะเท่ากันก็ตาม
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคามีดังนี้
| ข้อมูลที่ต้องทราบ | ใช้คำนวณเรื่องอะไร |
|---|---|
| จำนวนผู้เข้ารับการตรวจจริง | ปริมาณพื้นฐานของแต่ละรอบ |
| จำนวนรอบตรวจในช่วงแผน | จำนวนครั้งตรวจรวม |
| พนักงานใหม่ที่คาดว่าจะตรวจ | ความต้องการเพิ่มเติม |
| ชนิดชุดตรวจและจำนวนชุดต่อคน | ปริมาณที่ต้องซื้อแยกตามสินค้า |
| สต็อกเดิมที่ยังใช้ได้ | จำนวนที่นำมาหักจากยอดสั่งซื้อ |
| ระยะเวลาจัดหาและจัดส่ง | ช่วงเวลาที่สต็อกต้องรองรับ |
| วันหมดอายุของล็อตที่จะได้รับ | ความเหมาะสมของการซื้อเก็บล่วงหน้า |
ข้อควรระวัง: หากพนักงานใหม่ถูกนับรวมอยู่ในรายชื่อผู้ตรวจรอบหลักแล้ว ไม่ควรบวกซ้ำอีกครั้ง เว้นแต่มีแผนตรวจเพิ่มเติมจริง
วิธีคำนวณจำนวนชุดตรวจสารเสพติดสำหรับองค์กร
เริ่มจากสูตรพื้นฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย
จำนวนใช้ตามแผน = จำนวนครั้งตรวจรวม × จำนวนชุดที่ใช้ต่อครั้ง
จากนั้นคำนวณยอดสั่งซื้อ
ยอดสั่งซื้อ = จำนวนใช้ตามแผน + จำนวนสำรอง − สต็อกพร้อมใช้ − ยอดรอรับที่มาทัน
หากคำนวณแล้วได้ค่าติดลบ ให้ถือว่ายังไม่ต้องสั่งเพิ่มสำหรับช่วงแผนนั้น และตรวจสอบอีกครั้งว่าสินค้าที่มีอยู่ตรงรุ่นและไม่หมดอายุก่อนวันตรวจ
ตัวอย่าง: ตรวจพนักงาน 200 คน พร้อมรองรับพนักงานใหม่
สมมติองค์กรมีแผนใช้งานดังนี้
| รายการ | จำนวนชุด |
|---|---|
| ตรวจพนักงานเดิม 200 คน คนละ 1 ครั้ง | 200 |
| ตรวจพนักงานใหม่เพิ่มเติม 15 คน | 15 |
| สำรองตามแผนขององค์กร | 15 |
| รวมจำนวนที่ต้องเตรียม | 230 |
| หักสต็อกเดิมที่ยังใช้ได้ | −30 |
| จำนวนที่ต้องสั่งซื้อเพิ่ม | 200 |
ตัวอย่างนี้สมมติว่าใช้ชุดตรวจคนละ 1 ชุดต่อครั้ง และไม่มีสินค้าที่สั่งไว้แล้วรอรับ หากผู้จำหน่ายขายเป็นกล่อง ต้องปรับจำนวนตามหน่วยบรรจุอีกครั้ง
ตารางตัวอย่างจำนวนชุดตรวจตามขนาดองค์กร
ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพสำหรับการตรวจหนึ่งรอบ โดยสมมติว่าใช้คนละ 1 ชุด ไม่มีสต็อกเดิม และสำรองเพิ่ม 10%
อัตรา 10% เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่อัตราสำรองมาตรฐาน
| จำนวนผู้ตรวจ | ใช้ตามแผน | สำรองตัวอย่าง 10% | จำนวนเตรียมรวม |
|---|---|---|---|
| 30 คน | 30 ชุด | 3 ชุด | 33 ชุด |
| 50 คน | 50 ชุด | 5 ชุด | 55 ชุด |
| 100 คน | 100 ชุด | 10 ชุด | 110 ชุด |
| 200 คน | 200 ชุด | 20 ชุด | 220 ชุด |
| 500 คน | 500 ชุด | 50 ชุด | 550 ชุด |
หากจัดซื้อเป็นครั้งแรก สามารถใช้ตัวเลขสมมติจัดทำงบประมาณเบื้องต้น แล้วปรับจากยอดใช้จริงหลังจบรอบตรวจ ส่วนองค์กรที่มีประวัติใช้งานอยู่แล้ว ควรใช้ข้อมูลของตัวเองเป็นหลัก
ควรเผื่อชุดตรวจสำรองเท่าไร?
จำนวนสำรองควรสัมพันธ์กับโอกาสใช้งานเพิ่มเติมและความยากง่ายในการเติมสินค้า ไม่จำเป็นต้องเผื่อเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกองค์กร
เหตุผลที่อาจต้องมีชุดสำรอง ได้แก่
- มีผู้เข้ารับการตรวจเพิ่มจากแผน
- บรรจุภัณฑ์เสียหายหรือพบชุดตรวจไม่พร้อมใช้
- ผลตรวจใช้ไม่ได้ และคู่มือกำหนดให้ทดสอบใหม่
- ผู้จำหน่ายใช้เวลาจัดส่งนานหรือมีความไม่แน่นอน
หลังใช้งาน ควรแยกบันทึกว่าใช้ชุดสำรองไปกับอะไร หากเกิดจากวิธีใช้งานผิดบ่อย ควรปรับการฝึกอบรมและขั้นตอนปฏิบัติด้วย การเพิ่มจำนวนซื้อเพียงอย่างเดียวไม่ได้แก้สาเหตุ
ชุดสำรองสำหรับทดสอบใหม่ไม่ใช่ชุดตรวจยืนยันผลบวก การตรวจยืนยันเป็นขั้นตอนที่ใช้วิธีจำเพาะมากขึ้น เช่น การตรวจในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การใช้ชุดตรวจเร็วชนิดเดิมซ้ำแล้วถือว่ายืนยันผลแล้ว ตามคำอธิบายของ NIDA เรื่องการคัดกรองและการตรวจยืนยัน
ชุดตรวจสารเดี่ยวกับชุดตรวจหลายสาร นับจำนวนต่างกันอย่างไร?
คำว่า “1 ชุด” ต้องดูให้ชัดว่าหมายถึงอุปกรณ์ตรวจหนึ่งชิ้น หนึ่งซอง หรือสินค้าหนึ่งกล่อง เพื่อไม่ให้ยอดในใบเสนอราคาคลาดเคลื่อน
| รูปแบบที่เลือก | ตัวอย่างความต้องการ | จำนวนอุปกรณ์พื้นฐาน |
|---|---|---|
| ชุดตรวจสารเดี่ยว 1 รายการ | 100 คน ตรวจคนละ 1 รายการ | 100 ชิ้น |
| ชุดตรวจสารเดี่ยวแยก 3 รายการ | 100 คน ใช้คนละ 3 ชิ้น | 300 ชิ้น |
| ชุดตรวจหลายสารในอุปกรณ์เดียว | 100 คน ใช้คนละ 1 ชุด ซึ่งครอบคลุมรายการที่ต้องการ | 100 ชุด |
ชุดตรวจหลายสารไม่ได้หมายความว่าจะตรวจได้ทุกสาร ก่อนซื้อควรตรวจสอบรายการสารที่ตรวจได้ ชนิดตัวอย่าง และค่าเกณฑ์ตัดสินผลของรุ่นนั้นให้ตรงกับแผนตรวจ เพราะการตรวจแต่ละแบบมุ่งตรวจสารหรือกลุ่มสารเฉพาะ ตามข้อมูลของ NIDA
ควรสั่งซื้อล่วงหน้ากี่วัน?
ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับผู้จำหน่ายทุกราย ควรวางวันสั่งซื้อโดยนับย้อนจากวันตรวจ และรวมเวลาที่องค์กรใช้ดำเนินการด้วย
เวลาที่ต้องเผื่อล่วงหน้า = เวลาอนุมัติจัดซื้อ + เวลาจัดหาและส่งสินค้า + เวลาตรวจรับและแก้ปัญหา
ตัวอย่าง หากอนุมัติจัดซื้อใช้ 3 วัน ผู้จำหน่ายยืนยันส่งภายใน 5 วัน และองค์กรเผื่อตรวจรับอีก 2 วัน ควรเริ่มกระบวนการอย่างน้อย 10 วันก่อนใช้งาน โดยต้องตกลงให้ชัดว่าแต่ละช่วงนับเป็นวันทำการหรือวันปฏิทิน
สำหรับการตรวจครั้งใหญ่ ควรให้ผู้จำหน่ายยืนยันจำนวนพร้อมส่ง รุ่นสินค้า และวันหมดอายุของล็อตก่อนออกใบสั่งซื้อ เพื่อให้แผนจัดซื้ออ้างอิงสินค้าที่พร้อมส่งจริง
ซื้อครั้งเดียวทั้งปี หรือทยอยซื้อดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับความแน่นอนของแผนตรวจ อายุสินค้าที่เหลือ และพื้นที่เก็บรักษา
| วิธีจัดซื้อ | เหมาะกับสถานการณ์ | สิ่งที่ต้องพิจารณา |
|---|---|---|
| ซื้อสำหรับรอบตรวจที่กำหนด | มีวันตรวจและจำนวนผู้ตรวจชัดเจน | ต้องได้รับสินค้าทันก่อนวันตรวจ |
| ทยอยซื้อตามช่วงใช้งาน | มีการใช้งานต่อเนื่องหรือจำนวนผู้ตรวจเปลี่ยนบ่อย | ต้องติดตามยอดคงเหลือและเวลาจัดส่ง |
| ซื้อครอบคลุมหลายรอบ | แผนใช้งานแน่นอนและเก็บรักษาได้เหมาะสม | ตรวจอายุสินค้าคงเหลือและงบประมาณ |
| ตกลงยอดรวมแล้วแบ่งส่ง | ต้องการวางแผนระยะยาวแต่รับสินค้าทีละส่วน | ต้องตกลงเงื่อนไขกับผู้จำหน่ายให้ชัด |
ราคาต่อชุดที่ต่ำลงควรนำมาเทียบกับจำนวนที่คาดว่าจะใช้หมดจริงด้วย หากซื้อจำนวนมากแต่เหลือหมดอายุ ต้นทุนต่อการตรวจที่ใช้งานได้อาจสูงกว่าการทยอยซื้อ
ตรวจสต็อกอย่างไร ไม่ให้ซื้อซ้ำหรือเหลือหมดอายุ?
ก่อนสั่งเพิ่ม ควรนับเฉพาะสินค้าที่พร้อมใช้งานจริง โดยตรวจรุ่น วันหมดอายุ สภาพบรรจุภัณฑ์ และประวัติการเก็บรักษา
จัดเรียงแบบ หมดอายุก่อน ใช้ก่อน หรือ FEFO พร้อมบันทึกยอดรับเข้าและเบิกใช้แยกตามล็อต เพื่อให้ทราบว่าของที่เหลือรองรับรอบตรวจถัดไปได้เท่าไร
อุณหภูมิและเงื่อนไขการเก็บรักษาต้องยึดตามฉลากหรือคู่มือของรุ่นนั้น ไม่ควรกำหนดเหมือนกันทุกยี่ห้อ เนื่องจากการเก็บไม่ถูกต้องและการใช้สินค้าหมดอายุอาจกระทบผลตรวจได้ ตามข้อมูลของ FDA
สำหรับองค์กรที่ใช้งานต่อเนื่อง สามารถตั้งจุดสั่งซื้อเพิ่มได้จากสูตร
จุดสั่งซื้อเพิ่ม = จำนวนที่คาดว่าจะใช้ระหว่างรอสินค้า + สต็อกสำรอง
เช่น คาดว่าจะใช้ 20 ชุดระหว่างรอสินค้า และต้องการสำรอง 10 ชุด ควรเริ่มสั่งเพิ่มเมื่อสต็อกที่ยังไม่ได้จัดสรรให้รอบอื่นเหลือประมาณ 30 ชุด หากมีวันตรวจใหญ่ใกล้เข้ามา ต้องบวกความต้องการของรอบนั้นแยกด้วย
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
1. บริษัทมีพนักงาน 100 คน ควรซื้อชุดตรวจสารเสพติดกี่ชุด?
หากตรวจทุกคนหนึ่งครั้งและใช้คนละหนึ่งชุด ต้องมีพื้นฐาน 100 ชุด จากนั้นบวกจำนวนสำรองและหักสต็อกเดิมที่ยังใช้ได้ เช่น กำหนดสำรอง 10 ชุดและไม่มีของเดิม จะต้องเตรียม 110 ชุด
2. ต้องสำรองชุดตรวจ 10% ทุกครั้งหรือไม่?
ไม่จำเป็น ตัวเลข 10% เป็นตัวอย่างสำหรับวางแผนเท่านั้น ควรกำหนดจากประวัติใช้จริง จำนวนผู้ตรวจที่อาจเพิ่ม และระยะเวลาจัดส่งของผู้จำหน่าย
3. ตรวจพนักงานปีละสองครั้ง ต้องซื้อทีเดียวทั้งหมดไหม?
ไม่จำเป็น สามารถคำนวณยอดทั้งปีเพื่อวางงบประมาณ แล้วแบ่งซื้อหรือแบ่งส่งตามรอบตรวจได้ โดยพิจารณาอายุสินค้าและเงื่อนไขผู้จำหน่ายประกอบ
4. ชุดตรวจหลายสารหนึ่งชุดใช้ตรวจได้กี่คน?
สำหรับอุปกรณ์ตรวจเร็วแบบใช้ครั้งเดียว โดยทั่วไปหนึ่งชุดใช้กับตัวอย่างของหนึ่งคนต่อหนึ่งครั้ง แม้จะตรวจได้หลายสาร แต่ต้องตรวจสอบหน่วยบรรจุและคู่มือของสินค้านั้นก่อนสั่งซื้อ
5. ถ้าพบผลบวก ต้องใช้ชุดสำรองตรวจซ้ำเพื่อยืนยันไหม?
การใช้ชุดตรวจเร็วซ้ำไม่ทดแทนการตรวจยืนยัน ผลบวกจากการคัดกรองควรเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้ตัดสินใจที่กระทบพนักงาน เพราะยาและปัจจัยอื่นอาจมีผลต่อผลตรวจได้ ดูคำอธิบายจาก FDA
6. ก่อนขอใบเสนอราคาควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
แจ้งจำนวนผู้ตรวจ จำนวนรอบ รายการสารที่ต้องการตรวจ ชนิดตัวอย่าง วันใช้งาน และสถานที่จัดส่ง พร้อมขอรายละเอียดจำนวนชุดต่อกล่อง วันหมดอายุของล็อต และอุปกรณ์ที่รวมอยู่ในราคา เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอได้ตรงกัน
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
#ชุดตรวจสารเสพติด #ชุดตรวจสารเสพติดสำหรับองค์กร #ตรวจสารเสพติดพนักงาน
Note: บทความนี้เป็นแนวทางวางแผนจัดซื้อชุดตรวจสารเสพติดสำหรับองค์กร จำนวนสำรองควรปรับตามการใช้งานจริง พร้อมตรวจสอบวันหมดอายุและเก็บรักษาตามคู่มือผลิตภัณฑ์ ผลบวกเบื้องต้นต้องตรวจยืนยันก่อนสรุปผล







