ช่วงที่ผ่านมา คำว่า “พอตเค” ถูกพูดถึงมากขึ้น และทำให้หลายองค์กร ผู้ปกครอง หรือสถานประกอบการเริ่มมองหาชุดตรวจสำหรับคัดกรองสารที่อาจเกี่ยวข้องกับพอตชนิดดังกล่าว แต่ก่อนจะซื้อ ชุดตรวจพอตเค สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ดูเพียงคำโฆษณาหน้ากล่องว่า “ตรวจพอตเคได้” เพราะคำว่า “พอตเค” เป็นชื่อเรียกทั่วไป ไม่ใช่ชื่อสารวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
เดิมมีรายงานพอตที่ลักลอบผสม Ketamine แต่ข้อมูลหน่วยงานรัฐในปี 2569 ยังพบการนำ Etomidate และสารอื่นมาผสมในบุหรี่ไฟฟ้าบางชนิดด้วย ดังนั้นชื่อที่ผู้ขายหรือผู้ใช้เรียกว่า “พอตเค” จึงไม่ได้บอกแน่นอนว่าสารภายในคืออะไร
เพราะฉะนั้นก่อนซื้อชุดตรวจ ควรพลิกดูฉลากและเอกสารกำกับให้ครบ โดยเฉพาะคำว่า ตรวจสารอะไร, ใช้ตัวอย่างอะไร, Cut-off เท่าไร, อ่านผลเมื่อไร, หมดอายุเมื่อไร และเป็น Screening Test สำหรับใครใช้
ก่อนซื้อชุดตรวจพอตเค ต้องดูอะไรบนฉลาก?
ก่อนซื้อชุดตรวจพอตเค ควรตรวจอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ ชื่อสารที่ชุดตรวจตรวจได้ เช่น KET หรือ ETO, วัตถุประสงค์การใช้, ชนิดตัวอย่าง, ค่า Cut-off, ระยะเวลาอ่านผล, Lot Number, วันหมดอายุ และเงื่อนไขการเก็บรักษา
จุดสำคัญคือ อย่าเลือกจากคำว่า “ตรวจพอตเค” เพียงอย่างเดียว เพราะพอตที่ถูกเรียกว่าพอตเคอาจมีสารแตกต่างกัน ปัจจุบันมีรายงานทั้ง Ketamine, Etomidate และสารอื่นในผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายบางชนิด
หากชุดตรวจระบุ KET หมายความว่าชุดนั้นออกแบบเพื่อตรวจ Ketamine ตาม Intended Use ของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้แปลว่าจะตรวจพบสารทุกชนิดที่อาจถูกนำไปผสมในพอตได้
เช่นเดียวกัน หากต้องการตรวจ Etomidate ควรใช้ชุดที่ระบุว่าเป็น Etomidate หรือ ETO โดยตรงตามวัตถุประสงค์การใช้ของชุดตรวจนั้น
“พอตเค” ไม่ใช่ชื่อสาร ต้องดู Analyte บนชุดตรวจก่อน
นี่เป็นจุดแรกที่ควรทำความเข้าใจ
คำว่า พอตเค หรือ K-Pod เป็นชื่อเรียกผลิตภัณฑ์ในตลาดผิดกฎหมาย ไม่ใช่ชื่อ Analyte ของชุดตรวจทางการแพทย์
ในช่วงแรก หน่วยงานรัฐไทยพบผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างหรือมีส่วนผสมของ Ketamine ขณะที่ข้อมูลในปี 2569 ยังมีรายงาน Etomidate ซึ่งเป็นยาสลบถูกนำไปผสมในบุหรี่ไฟฟ้าและถูกเรียกรวมในกลุ่ม “พอตเค” เช่นกัน
ดังนั้นคำถามก่อนซื้อไม่ควรเป็นเพียง
“ชุดนี้ตรวจพอตเคได้ไหม?”
แต่ควรถามว่า
“ชุดนี้ตรวจสารอะไร และตรวจจากตัวอย่างอะไร?”

KET กับ ETO บนฉลากต่างกันอย่างไร?
| ตัวย่อที่อาจพบ | สารที่ตรวจ | สิ่งที่ต้องเข้าใจ |
|---|---|---|
| KET | Ketamine | ตรวจ Ketamine ตาม Intended Use ของชุด |
| ETO | Etomidate | ตรวจ Etomidate ตาม Intended Use |
| MET | Methamphetamine | ตรวจ Methamphetamine |
| AMP | Amphetamine | ตรวจ Amphetamine |
| Multi Drug | หลายสาร | ต้องดู Panel จริงว่ามีสารใดบ้าง |
ตัวอย่างชุดตรวจ Ketamine แบบ Rapid Test ในท้องตลาดมีการระบุชัดเจนว่าใช้ตรวจ Ketamine ใน ปัสสาวะ และมีค่า Cut-off ตามรุ่น เช่น 1,000 ng/mL ในบางผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกันก็มี Rapid Test ที่ออกแบบสำหรับ Etomidate โดยเฉพาะ ซึ่งระบุ Analyte, Specimen และ Cut-off แยกจาก Ketamine อย่างชัดเจน
8 ข้อมูลบนฉลากที่ควรเช็กก่อนซื้อชุดตรวจพอตเค
1. ชื่อสารที่ตรวจได้
สิ่งแรกที่ควรมองหาคือชื่อสาร
เช่น
- Ketamine
- KET
- Etomidate
- ETO
- Methamphetamine
- MET
อย่าดูเพียงรูปพอตหรือคำว่า “K-Pod Test”
เพราะหากต้องการตรวจ Etomidate แต่ซื้อชุด KET ผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจ ETO เว้นแต่เอกสารของผู้ผลิตระบุไว้ชัดเจน
2. Intended Use หรือวัตถุประสงค์การใช้
ควรอ่านให้ชัดว่าผลิตภัณฑ์ใช้สำหรับอะไร
ตัวอย่างเช่น
“Qualitative detection of Ketamine in human urine”
หมายความว่าผลิตภัณฑ์ออกแบบสำหรับตรวจเชิงคุณภาพหา Ketamine ในปัสสาวะมนุษย์
ไม่ควรตีความต่อเองว่าใช้สำหรับ
- หยดน้ำยาพอตโดยตรง
- ตรวจอาหาร
- ตรวจเครื่องดื่ม
- ตรวจพื้นผิว
- ตรวจตัวอย่างชนิดอื่น
ถ้า Intended Use ไม่ได้ระบุไว้
ข้อมูลของ อย. ระบุว่าเครื่องมือแพทย์ IVD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งหมายสำหรับตรวจสิ่งส่งตรวจจากร่างกายมนุษย์ตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์
3. ชนิดตัวอย่าง หรือ Specimen
ดูว่าใช้กับ
- Urine
- Saliva / Oral Fluid
- Blood
- Serum
- Plasma
หรือสิ่งส่งตรวจชนิดใด
Rapid Test สำหรับ Ketamine ที่พบทั่วไปจำนวนหนึ่งเป็น Urine Test ดังนั้นหากนำไปใช้กับตัวอย่างอื่น ผลที่ได้อาจอยู่นอกเหนือวัตถุประสงค์ที่ผู้ผลิตกำหนด
4. ค่า Cut-off
Cut-off คือระดับเกณฑ์ที่ชุดตรวจใช้ในการแปลผล
ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะชุดตรวจสารเดียวกันอาจมี Cut-off แตกต่างกันตามรุ่น
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ Ketamine Rapid Test บางรายมีหลายตัวเลือก ตั้งแต่ 100, 300, 500 ไปจนถึง 1,000 ng/mL ขณะที่ผลิตภัณฑ์บางรุ่นกำหนดที่ 1,000 ng/mL
ดังนั้นอย่าดูแค่คำว่า
“ตรวจ Ketamine ได้”
ควรดูต่อว่า
“ตรวจด้วย Cut-off เท่าไร?”
Cut-off ต่ำกว่า แปลว่าดีกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอไป
Cut-off ที่แตกต่างกันหมายถึงเกณฑ์การออกแบบของการตรวจแตกต่างกัน และต้องสัมพันธ์กับ
- วัตถุประสงค์การตรวจ
- Validation ของผลิตภัณฑ์
- วิธีการตรวจ
- Protocol ของหน่วยงาน
จึงไม่ควรเลือกเพียงเพราะตัวเลขต่ำที่สุด
สิ่งที่ควรทำคือเลือกชุดตรวจที่มี Intended Use และ Cut-off ตรงกับระบบตรวจที่ต้องการ
5. ระยะเวลาอ่านผล
ชุดตรวจ Rapid Test ไม่ควรอ่านเมื่อไรก็ได้
บนฉลากหรือเอกสารกำกับควรระบุเวลา เช่น
- อ่านที่ 5 นาที
- อ่านภายในช่วงเวลาที่กำหนด
- ไม่ควรอ่านหลังเวลาที่ระบุ
ตัวอย่าง KET Rapid Test บางรุ่นกำหนดเวลาอ่านประมาณ 3–5 นาที ขณะที่ ETO Rapid Test บางรุ่นอาจกำหนดเวลาแตกต่างออกไป
จึงไม่ควรใช้วิธีอ่านผลของชุดหนึ่งไปใช้กับอีกชุดหนึ่ง
6. Lot Number
Lot หรือ LOT No. ช่วยระบุชุดการผลิต
มีประโยชน์สำหรับ
- ตรวจสอบย้อนหลัง
- บันทึกผลตรวจ
- ตรวจสอบเมื่อพบปัญหาผลิตภัณฑ์
- ควบคุมสินค้าคงคลัง
สำหรับองค์กรที่ซื้อครั้งละหลายกล่อง ควรบันทึก Lot ที่ได้รับทุกครั้ง
ข้อมูล อย. เกี่ยวกับฉลากเครื่องมือแพทย์ระบุข้อมูลระบุตัวผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต และครั้งที่ผลิต/รุ่น/รหัสผลิตภัณฑ์เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตรวจสอบผลิตภัณฑ์
7. Manufacturing Date และ Expiry Date
ไม่ควรซื้อชุดตรวจโดยดูราคาถูกอย่างเดียว
ควรดูว่าเหลืออายุใช้งานเพียงพอกับจำนวนที่จะซื้อหรือไม่
ตัวอย่างเช่น
บริษัทต้องการตรวจ 50 คนต่อเดือน
แต่ซื้อ 1,000 Tests
ถ้าสินค้าเหลืออายุเพียงไม่กี่เดือน อาจใช้ไม่หมดก่อนหมดอายุ
ชุดตรวจที่หมดอายุไม่ควรนำมาใช้ต่อ เพราะสมรรถนะของ Reagent อาจไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ผู้ผลิตรับรองแล้ว
8. Storage Condition
ตรวจอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น
2–30°C
เป็นช่วงที่พบใน Rapid Test หลายผลิตภัณฑ์ แต่ต้องยึดข้อมูลของรุ่นจริงเป็นหลัก
ไม่ควรคิดว่าชุดตรวจทุกชนิดสามารถ
- แช่เย็น
- ทิ้งไว้ในรถ
- วางกลางแดด
- เก็บในโกดังร้อนจัด
ได้เหมือนกัน
ตาราง Checklist อ่านฉลากก่อนซื้อ
| ข้อมูล | ต้องเช็กอะไร | สำคัญเพราะ |
|---|---|---|
| Analyte | KET, ETO หรือสารอื่น | ป้องกันซื้อผิดสาร |
| Intended Use | ใช้ตรวจอะไร | ป้องกันการใช้นอกวัตถุประสงค์ |
| Specimen | Urine / Saliva ฯลฯ | ต้องตรงกับตัวอย่าง |
| Cut-off | กี่ ng/mL | มีผลต่อเกณฑ์ Screening |
| Reading Time | อ่านกี่นาที | ลดการแปลผลผิด |
| LOT No. | มีหรือไม่ | ตรวจย้อนกลับได้ |
| Expiry Date | หมดอายุเมื่อไร | ป้องกันใช้ของหมดอายุ |
| Storage | เก็บอุณหภูมิเท่าไร | รักษาสมรรถนะชุดตรวจ |
| Manufacturer | ใครผลิต | ตรวจสอบแหล่งที่มา |
| Importer | ใครนำเข้า | ติดต่อเมื่อต้องการข้อมูล |
| Registration | ตรวจสอบสถานะผลิตภัณฑ์ | เพิ่มความมั่นใจก่อนซื้อ |
| Package Insert | มีคู่มือหรือไม่ | ใช้อ่านวิธีและข้อจำกัด |
เช็กเลขทะเบียนและข้อมูลผลิตภัณฑ์ อย. ด้วยหรือไม่?
ควรตรวจสอบ โดยเฉพาะหากนำมาใช้ในองค์กรหรือสถานประกอบการ
ปัจจุบันประเทศไทยใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการแสดงฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569
สำหรับผลิตภัณฑ์ IVD ควรตรวจข้อมูลให้สัมพันธ์กันระหว่าง
ชื่อสินค้า → รุ่น → Analyte → Intended Use → ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า → เอกสารการขึ้นทะเบียน
ไม่ควรดูเพียงโลโก้ “FDA” หรือคำว่า “มาตรฐาน” บนหน้าร้านออนไลน์
CE หรือ ISO 13485 มีแล้ว แปลว่าใช้ในไทยได้เลยหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น
CE หรือ ISO 13485 เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการประเมินผู้ผลิตหรือผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นสามารถจำหน่ายหรือใช้ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศไทยได้โดยไม่ต้องตรวจสถานะที่เกี่ยวข้อง
ควรแยกเป็น 2 เรื่อง
มาตรฐานผู้ผลิต / ผลิตภัณฑ์
กับ
สถานะทางกฎหมายและการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย
ก่อนสั่งซื้อจำนวนมากควรตรวจทั้งสองส่วน
อย่าเชื่อคำว่า “Accuracy 99%” โดยไม่ดูเอกสาร
บางผลิตภัณฑ์อาจโฆษณา
- Accuracy 99%
- Sensitivity 99%
- Specificity 99%
แต่ตัวเลขเหล่านี้ต้องมีบริบทว่า
- ทดสอบกับอะไร
- จำนวนตัวอย่างเท่าไร
- เทียบกับวิธีอ้างอิงอะไร
- Cut-off ไหน
- Confidence Interval เท่าไร
อย. ระบุในแนวทางด้านฉลาก IVD ว่าหากมีการกล่าวอ้างประสิทธิภาพ เช่น Sensitivity หรือความแม่นยำ ต้องมีข้อมูลสนับสนุนข้อความดังกล่าว
ดังนั้นคำว่า “แม่น 99%” เพียงบรรทัดเดียวไม่ควรเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้อ
ชุดตรวจ KET ตรวจพอตเคได้ทุกแบบหรือไม่?
ไม่ได้รับประกันว่าจะตรวจได้ทุกแบบ
หากชุดตรวจระบุ KET – Ketamine ชุดนั้นออกแบบสำหรับ Ketamine ตาม Specimen และ Cut-off ที่กำหนด
แต่หากผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าพอตเคมี
- Etomidate
- Methamphetamine
- สารอื่น
- หรือสารผสมหลายชนิด
KET Test เพียงช่องเดียวไม่ได้หมายความว่าจะตรวจทุกสารเหล่านั้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมควรใช้คำว่า
“ชุดตรวจ Ketamine”
หรือ
“ชุดตรวจ Etomidate”
ให้ตรงกับสาร มากกว่าการเรียกรวมทุกผลิตภัณฑ์ว่า “ชุดตรวจพอตเค”
ชุดตรวจปัสสาวะตรวจน้ำยาในหัวพอตโดยตรงได้ไหม?
หากฉลากระบุว่า
Specimen: Human Urine
ควรใช้กับปัสสาวะตาม Intended Use เท่านั้น
ไม่ควรนำ
- น้ำยาพอต
- น้ำเปล่า
- เครื่องดื่ม
- ของเหลวไม่ทราบชนิด
ไปหยดในชุดตรวจเพื่อสรุปผล เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นถูกออกแบบและผ่านการตรวจสอบสำหรับตัวอย่างดังกล่าวโดยเฉพาะ
การใช้ผิดชนิดตัวอย่างอาจทำให้ผลไม่มีความหมายทางการตรวจตามที่ผู้ผลิตรับรอง
ผลตรวจ Rapid Test เป็นผลยืนยันเลยหรือไม่?
โดยทั่วไปชุดตรวจสารเสพติด Rapid Test ใช้สำหรับ Screening หรือการคัดกรองเบื้องต้น
ตัวอย่าง Ketamine Rapid Test หลายผลิตภัณฑ์ระบุชัดว่าเป็นการตรวจแบบ qualitative หรือ presumptive screening ไม่ใช่ผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการขั้นสุดท้าย
ดังนั้น หากผลมีผลต่อ
- การจ้างงาน
- การลงโทษ
- การดำเนินคดี
- การรักษา
- การตัดสินใจสำคัญ
ควรมีระบบตรวจยืนยันและบุคลากรที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ Rapid Test เพียงครั้งเดียวเป็นข้อสรุปทั้งหมด
วิธีเช็กฉลากชุดตรวจพอตเคก่อนซื้อใน 7 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: ดูชื่อสารก่อนดูราคา
หา Analyte บนกล่อง
เช่น
KET = Ketamine
ETO = Etomidate
ถ้าฉลากไม่ระบุชัดว่าตรวจอะไร ควรถามผู้ขายก่อนซื้อ
ขั้นตอนที่ 2: อ่าน Intended Use
ตรวจว่าใช้สำหรับ
- Screening หรือ Confirmatory
- Human specimen ชนิดใด
- Professional Use หรือรูปแบบการใช้งานใดตามเอกสารผลิตภัณฑ์
อย่าใช้คำโฆษณาของร้านแทนเอกสารผู้ผลิต
ขั้นตอนที่ 3: เช็ก Specimen
ดูว่าชุดใช้กับ
Urine, Saliva หรือสิ่งส่งตรวจอื่น
หากองค์กรเตรียมระบบตรวจปัสสาวะ ต้องเลือกรุ่นที่ระบุ Urine ให้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 4: เช็ก Cut-off
จด Cut-off ของผลิตภัณฑ์ไว้
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบหลายแบรนด์ เพราะแม้ตรวจสารเดียวกัน ค่าอาจไม่เหมือนกัน
ขั้นตอนที่ 5: เช็ก Lot และ Expiry
ก่อนรับสินค้าจำนวนมากควรถามผู้ขายว่า
- Lot อะไร
- หมดอายุเดือนไหน
- สินค้าทุกกล่อง Lot เดียวกันหรือไม่
เพื่อช่วยบริหาร Stock
ขั้นตอนที่ 6: ตรวจ Storage และ Reading Time
ดูให้ครบว่า
- ต้องเก็บที่อุณหภูมิเท่าไร
- ต้องนำตัวอย่างและชุดตรวจมาปรับอุณหภูมิก่อนใช้หรือไม่
- อ่านผลเมื่อไร
- ห้ามอ่านเกินกี่นาที
รายละเอียดเหล่านี้ควรยึด Package Insert ของรุ่นนั้น
ขั้นตอนที่ 7: ตรวจผู้ผลิต ผู้นำเข้า และสถานะผลิตภัณฑ์
หากซื้อใช้ในบริษัทหรือซื้อจำนวนมาก ควรตรวจข้อมูลผู้ประกอบการและเอกสารผลิตภัณฑ์ก่อนออก PO
หากข้อมูลบนหน้าร้านกับกล่องหรือคู่มือไม่ตรงกัน ควรสอบถามให้ชัดก่อนซื้อ
สัญญาณเตือนว่าควรตรวจสอบสินค้าต่อก่อนซื้อ
หากพบสถานการณ์เหล่านี้ ควรขอรายละเอียดเพิ่มเติม
- ระบุเพียง “ตรวจพอตเค” แต่ไม่บอกสาร
- ไม่มี Cut-off
- ไม่มี Specimen
- ไม่มีรูปฉลากจริง
- ไม่มี Lot หรือ Expiry
- ไม่แจ้งผู้ผลิต
- ไม่มีคู่มือ
- อ้างว่าแม่น 100%
- บอกว่าสามารถตรวจได้ทุกชนิด
- ใช้ KET และ ETO แทนกัน
- บอกว่าสามารถหยดน้ำยาพอตลงชุดตรวจปัสสาวะได้ทันทีโดยไม่มีเอกสารรองรับ
ตารางเปรียบเทียบ “ข้อมูลที่ควรมี” กับ “คำโฆษณาที่ไม่เพียงพอ”
| คำที่ผู้ขายบอก | ข้อมูลที่ควรถามเพิ่ม |
|---|---|
| ตรวจพอตเคได้ | ตรวจ KET หรือ ETO? |
| แม่นยำสูง | Sensitivity/Specificity เท่าไรและอ้างอิงอะไร? |
| รู้ผลเร็ว | อ่านกี่นาที? |
| มาตรฐาน | มาตรฐานอะไร? |
| มี อย. | รุ่นและเลขที่เกี่ยวข้องคืออะไร? |
| ตรวจได้ทุกคน | Specimen และ Intended Use คืออะไร? |
| ตรวจสารได้ | Cut-off เท่าไร? |
| เก็บง่าย | อุณหภูมิเท่าไร? |
ข้อมูลเกี่ยวกับชุดตรวจควรเชื่อจากแหล่งไหน?
Experience
ควรใช้คู่มือของผลิตภัณฑ์จริงและขั้นตอนตรวจที่หน่วยงานใช้งานจริง ไม่ใช่ข้อมูลจากภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว
Expertise
หากเป็นการตรวจที่มีผลต่อสุขภาพหรือการตัดสินใจสำคัญ ควรมีบุคลากรที่เข้าใจการแปลผลและข้อจำกัดของ Rapid Test
Authoritativeness
ตรวจข้อมูลกฎหมายและสถานะเครื่องมือแพทย์จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งปัจจุบันประกาศด้านฉลากเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2568 มีผลใช้แล้วตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2569
Trustworthiness
ผลิตภัณฑ์ควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น
- Manufacturer
- LOT
- Expiry
- Intended Use
- Cut-off
- Storage
- Package Insert
มากกว่าพึ่งคำว่า “ของแท้” หรือ “แม่นที่สุด”
สรุป: ซื้อชุดตรวจพอตเค อย่าดูเพียงคำว่า K-Pod บนหน้าร้าน
ก่อนซื้อ ชุดตรวจพอตเค ควรเริ่มจากการถามว่า ต้องการตรวจสารอะไร
เพราะคำว่า “พอตเค” ไม่ได้หมายถึง Ketamine เพียงชนิดเดียวเสมอไป และในสถานการณ์ปัจจุบันมีรายงานผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทั้ง Ketamine, Etomidate และสารอื่น
ข้อมูลสำคัญที่ต้องเช็กบนฉลาก ได้แก่
- ชื่อสารหรือ Analyte
- Intended Use
- Specimen
- Cut-off
- Reading Time
- Lot Number
- Expiry Date
- Storage Condition
- Manufacturer / Importer
- เอกสารและสถานะผลิตภัณฑ์
หากเป็น KET Test ให้เข้าใจว่าออกแบบสำหรับ Ketamine ตามสเปกของรุ่นนั้น หากต้องการตรวจ Etomidate ก็ควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุ ETO หรือ Etomidate โดยตรง
การอ่านฉลากให้ครบก่อนซื้อจึงช่วยลดปัญหา “ซื้อชุดตรวจมาแล้วตรวจไม่ตรงสาร” และทำให้การจัดระบบตรวจคัดกรองมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ต้องการเลือกชุดตรวจให้ตรงกับสารที่ต้องการตรวจ?
หากไม่แน่ใจว่าควรเลือก KET, ETO หรือชุดตรวจแบบ Multi Drug สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนสั่งซื้อ โดยแจ้งวัตถุประสงค์การตรวจ จำนวนผู้ตรวจ และประเภทสารที่ต้องการคัดกรอง เพื่อช่วยเลือกชุดตรวจให้ตรงกับการใช้งานมากที่สุด
ก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก ควรเช็กสารที่ตรวจได้ Cut-off อายุสินค้า และเอกสารผลิตภัณฑ์ให้ครบทุกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดตรวจพอตเค
ชุดตรวจพอตเคคืออะไร?
เป็นคำเรียกทั่วไปที่ใช้กับชุดตรวจสารที่อาจเกี่ยวข้องกับพอตเค แต่ในทางผลิตภัณฑ์ควรระบุให้ชัดว่าเป็นชุดตรวจ Ketamine, Etomidate หรือสารใด เพราะคำว่า “พอตเค” ไม่ใช่ชื่อสารวิเคราะห์
KET บนชุดตรวจหมายถึงอะไร?
KET โดยทั่วไปหมายถึง Ketamine ชุดตรวจควรมี Intended Use ระบุชนิดตัวอย่างและ Cut-off ให้ชัดเจน
ETO กับ KET เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน ETO หมายถึง Etomidate ส่วน KET หมายถึง Ketamine เป็นสารคนละชนิด จึงไม่ควรใช้ชุดตรวจแทนกันโดยไม่มีข้อมูลจากผู้ผลิตรองรับ
ชุดตรวจ KET ตรวจพอตเคได้ทุกชนิดไหม?
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เรียกพอตเคอาจมีสารหลายชนิด KET Test ตรวจ Ketamine ตามวัตถุประสงค์ของชุด ไม่ได้ตรวจสารทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
Cut-off บนชุดตรวจสำคัญไหม?
สำคัญ เพราะเป็นระดับเกณฑ์ที่ชุดตรวจใช้ในการแปลผล และผลิตภัณฑ์สำหรับสารเดียวกันอาจมี Cut-off แตกต่างกัน
ชุดตรวจปัสสาวะใช้ตรวจน้ำยาพอตโดยตรงได้ไหม?
ไม่ควรใช้ หากผลิตภัณฑ์ระบุ Specimen เป็น Human Urine ควรใช้ตาม Intended Use เท่านั้น เว้นแต่ผู้ผลิตมีเอกสารรองรับการใช้กับตัวอย่างประเภทอื่น
ชุดตรวจหมดอายุใช้ต่อได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้ เพราะเมื่อพ้นวันหมดอายุแล้ว ประสิทธิภาพของชุดตรวจไม่ได้อยู่ภายใต้ช่วงอายุที่ผู้ผลิตรับรอง
ผล Positive จาก Rapid Test ยืนยันว่าใช้สารแน่นอนหรือไม่?
Rapid Test จำนวนมากเป็น Screening Test จึงควรถือเป็นผลคัดกรองเบื้องต้น หากผลมีผลต่อการตัดสินใจสำคัญควรมีขั้นตอนตรวจยืนยันที่เหมาะสม
ก่อนซื้อชุดตรวจจำนวนมากควรถามร้านอะไร?
ควรถามชื่อสาร, Cut-off, Specimen, Reading Time, Lot, Expiry Date, Storage Condition, ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และขอเอกสารกำกับของรุ่นจริง
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจพอตเค “
#ชุดตรวจพอตเค #พอตเค #ชุดตรวจKetamine #ชุดตรวจKET #ชุดตรวจEtomidate #ชุดตรวจETO #ชุดตรวจสารเสพติด #ตรวจสารเสพติด #KetamineTest #EtomidateTest #DrugTest #RapidTest #ชุดตรวจปัสสาวะ #ตรวจสารเสพติดพนักงาน #ชุดตรวจสารเสพติดมาตรฐาน








