ชุดตรวจมอร์ฟีนต้องใช้ปัสสาวะกี่หยด? ทำไมต้องทำตามคู่มือแต่ละรุ่น
ชุดตรวจมอร์ฟีนจากปัสสาวะเป็นชุดตรวจคัดกรองที่ใช้งานค่อนข้างง่าย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ต้องหยดปัสสาวะกี่หยดจึงจะตรวจได้ถูกต้อง?
คำตอบคือ ไม่มีจำนวนหยดที่ใช้ได้กับชุดตรวจมอร์ฟีนทุกรุ่น เพราะผู้ผลิตแต่ละรายออกแบบแผ่นทดสอบ ช่องรับตัวอย่าง และปริมาณตัวอย่างที่เหมาะสมแตกต่างกัน
ชุดตรวจแบบ Cassette หลายรุ่นกำหนดประมาณ 3 หยด แต่บางผลิตภัณฑ์อาจระบุ 2–3 หยด หรือกำหนดเป็นปริมาตร เช่น 50–80, 100 หรือ 120 ไมโครลิตร ดังนั้นสิ่งที่ควรยึดเป็นหลักไม่ใช่จำนวนหยดจากชุดตรวจยี่ห้ออื่น แต่คือ คู่มือการใช้งานของชุดตรวจรุ่นที่กำลังใช้จริง
ชุดตรวจมอร์ฟีนใช้ปัสสาวะกี่หยด?
ชุดตรวจมอร์ฟีนแบบตลับหรือ Cassette หลายรุ่นใช้ปัสสาวะประมาณ 3 หยด แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้กับทุกผลิตภัณฑ์โดยอัตโนมัติ เพราะบางรุ่นกำหนด 2–3 หยด หรือกำหนดปริมาตรตัวอย่างแตกต่างกัน ผู้ใช้งานจึงควรอ่านคู่มือของผู้ผลิตทุกครั้ง ทั้งเรื่องจำนวนหยด ระยะเวลารอผล และช่วงเวลาที่สามารถอ่านผลได้อย่างถูกต้อง
FDA ระบุว่าปริมาณตัวอย่าง ระยะเวลา และขั้นตอนการใช้งานที่ระบุในคู่มือมีผลต่อความถูกต้องของการทดสอบ จึงไม่ควรปรับวิธีใช้เองแม้ว่าชุดตรวจจะมีรูปร่างคล้ายกันก็ตาม
ทำไมชุดตรวจมอร์ฟีนแต่ละรุ่นใช้จำนวนหยดไม่เท่ากัน?

ภายนอกชุดตรวจอาจดูคล้ายกัน แต่ส่วนประกอบภายในไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด โดยเฉพาะแผ่นดูดซับตัวอย่างและแถบทดสอบแบบ Lateral Flow
ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณตัวอย่างแตกต่างกัน ได้แก่
- ขนาดของช่องหยดตัวอย่าง
- ขนาดและความสามารถในการดูดซับของ Sample Pad
- โครงสร้างของแผ่นทดสอบ
- ปริมาตรที่ผู้ผลิตใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
- ระยะเวลาการไหลของตัวอย่าง
- รูปแบบของชุดตรวจ เช่น Cassette, Strip, Dip Card หรือ Test Cup
ตัวอย่างเช่น ชุดตรวจมอร์ฟีนบางรุ่นระบุให้หยด 2–3 หยด หรือประมาณ 50–80 µL ขณะที่อีกรุ่นระบุ 3 หยด ประมาณ 100 µL และผลิตภัณฑ์แบบ Cassette บางชนิดใช้ประมาณ 120 µL
จึงเห็นได้ว่าแม้จะตรวจสารกลุ่มเดียวกัน แต่รายละเอียดการใช้งานสามารถต่างกันได้
ตารางเปรียบเทียบวิธีใส่ตัวอย่างของชุดตรวจสารเสพติด
| รูปแบบชุดตรวจ | วิธีใส่ปัสสาวะ | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| Cassette | ใช้หลอดหยดใส่ในช่อง Sample | ต้องใช้จำนวนหยดตามคู่มือ |
| Test Strip | จุ่มแถบลงในปัสสาวะ | ห้ามจุ่มเกินเส้น MAX |
| Dip Card | จุ่มส่วนทดสอบลงในตัวอย่าง | ต้องควบคุมระดับและเวลาจุ่ม |
| Test Cup | เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตรวจโดยตรง | ต้องมีปริมาณตัวอย่างตามที่กำหนด |
| Multi-Drug Cassette | หยดตัวอย่างลงช่องรับปัสสาวะ | จำนวนหยดและเวลาอ่านผลอาจต่างกัน |
FDA ระบุว่าชุดตรวจสารเสพติดสามารถมีได้หลายรูปแบบ ทั้ง Strip, Card, Cassette และรูปแบบอื่น จึงจำเป็นต้องอ่านคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนเริ่มทดสอบ
ถ้าหยดปัสสาวะน้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?
การหยดตัวอย่างน้อยกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดอาจทำให้ปัสสาวะไม่สามารถไหลผ่านแผ่นทดสอบได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งที่อาจพบ เช่น
- เส้น Control ไม่ขึ้น
- ตัวอย่างเคลื่อนผ่านแผ่นทดสอบไม่เต็มที่
- ผลตรวจไม่สามารถแปลผลได้
- ต้องใช้ชุดตรวจใหม่
หาก เส้น C หรือ Control ไม่ปรากฏ โดยทั่วไปจะถือว่าผลตรวจนั้นไม่สมบูรณ์หรือ Invalid และควรตรวจใหม่ตามคำแนะนำของชุดตรวจรุ่นนั้น
แล้วถ้าหยดปัสสาวะมากเกินไปล่ะ?
หลายคนคิดว่ายิ่งหยดเยอะยิ่งทำให้ตรวจได้ชัด แต่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็น
การใส่ตัวอย่างมากเกินปริมาตรที่ออกแบบไว้อาจทำให้การไหลบนแผ่นทดสอบผิดไปจากเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น ตัวอย่างไหลเร็วเกินไปหรือทำให้ส่วนดูดซับรับตัวอย่างมากเกินความจำเป็น
ผู้ผลิตบางรายระบุโดยตรงให้หยดตัวอย่างช้า ๆ และระวังไม่ให้ใส่ตัวอย่างมากเกินบริเวณรับปัสสาวะ
ดังนั้น หยดมากกว่าไม่ได้หมายความว่าแม่นยำกว่า
จำนวนหยดสำคัญ แต่ “เวลาอ่านผล” ก็สำคัญไม่แพ้กัน
นอกจากปริมาณปัสสาวะแล้ว อีกจุดที่มักเกิดข้อผิดพลาดคือการอ่านผลเร็วหรือช้าเกินไป
ตัวอย่างเช่น ชุดตรวจบางผลิตภัณฑ์กำหนดให้อ่านผลประมาณ 5 นาที และห้ามแปลผลหลังจาก 10 นาที ขณะที่บางรุ่นกำหนดช่วงประมาณ 3–8 นาที
จึงไม่ควรใช้กฎว่า “ชุดตรวจทุกชนิดอ่านผลที่ 5 นาทีเหมือนกัน”
ควรดูในคู่มือว่า
| รายการที่ต้องตรวจสอบ | สิ่งที่ควรดูจากคู่มือ |
|---|---|
| จำนวนตัวอย่าง | กี่หยด หรือกี่ µL |
| ตำแหน่งใส่ตัวอย่าง | ช่อง S หรือบริเวณใด |
| เวลารอผล | เช่น 3, 5 หรือ 10 นาที |
| เวลาสิ้นสุดการอ่าน | หลังเวลาใดห้ามแปลผล |
| อุณหภูมิ | ตัวอย่างและชุดตรวจต้องอยู่ในช่วงใด |
| การเก็บรักษา | อุณหภูมิและวันหมดอายุ |
| การแปลผล | Positive / Negative / Invalid |
FDA แนะนำให้ตรวจสอบทั้งวิธีเก็บตัวอย่าง ปริมาณตัวอย่าง เวลาในการทดสอบ การแปลผล วันหมดอายุ และเงื่อนไขการเก็บรักษาก่อนใช้ชุดตรวจ
ชุดตรวจมอร์ฟีน 3 หยด ใช้หลักนี้กับทุกยี่ห้อได้ไหม?
ไม่ควร
แม้ชุดตรวจแบบ Cassette จำนวนมากจะใช้ประมาณ 3 หยด แต่มีผลิตภัณฑ์ที่กำหนดช่วง 2–3 หยด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กำหนดปริมาตรเป็นไมโครลิตรอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากหน้ากล่องหรือคู่มือเขียนว่า 3 Drops ก็ควรใช้ตามนั้น แต่ถ้าผู้ผลิตระบุ 2–3 Drops หรือกำหนดวิธีอื่น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง
หลักง่าย ๆ คือ
อย่าจำจำนวนหยดจากชุดตรวจกล่องก่อนมาใช้กับชุดตรวจอีกยี่ห้อหนึ่ง
วิธีใช้ชุดตรวจมอร์ฟีนแบบ Cassette โดยทั่วไป
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นเพียงภาพรวม เนื่องจากรายละเอียดของผลิตภัณฑ์จริงต้องตรวจจากคู่มืออีกครั้ง
- ตรวจสอบวันหมดอายุของชุดตรวจ
- อ่านคู่มือก่อนเปิดซอง
- เตรียมตัวอย่างปัสสาวะตามเงื่อนไขที่กำหนด
- วางตลับทดสอบบนพื้นผิวเรียบ
- ใช้หลอดหยดดูดตัวอย่างปัสสาวะ
- หยดลงช่อง Sample ตามจำนวนที่ผู้ผลิตกำหนด
- เริ่มจับเวลาทันที
- อ่านผลภายในช่วงเวลาที่ระบุ
- ตรวจสอบว่าเส้น Control หรือ C ปรากฏขึ้น
หมายเหตุ: จำนวนหยดและเวลาข้างต้นต้องยึดตาม Instructions for Use (IFU) ของผลิตภัณฑ์จริง
ผลบวกจากชุดตรวจมอร์ฟีน หมายความว่าพบสารเสพติดแน่นอนหรือไม่?
ไม่ควรตีความผลจากชุดตรวจคัดกรองว่าเป็นผลยืนยันขั้นสุดท้าย
ชุดตรวจสารเสพติดชนิดรวดเร็วส่วนใหญ่เป็น การตรวจเชิงคุณภาพเพื่อการคัดกรองเบื้องต้น หากได้ผล Preliminary Positive ควรพิจารณาการตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่มีความจำเพาะสูงกว่า
FDA ระบุว่าปัจจัยหลายอย่างสามารถกระทบต่อผลตรวจได้ รวมถึงวิธีทำการทดสอบ การเก็บรักษาชุดตรวจและตัวอย่าง รวมถึงยาหรือสารบางชนิดที่ผู้ตรวจได้รับ ดังนั้นไม่ควรใช้ผลจากการตรวจเบื้องต้นเพียงครั้งเดียวในการตัดสินใจที่มีผลสำคัญต่อบุคคล
ทำไมต้องอ่านคู่มือใหม่ทุกครั้ง แม้เคยใช้ชุดตรวจมาก่อน?
เพราะรายละเอียดที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจต่างกัน เช่น
รุ่น A
- ใช้ 3 หยด
- อ่านผล 5 นาที
- ห้ามอ่านหลัง 10 นาที
รุ่น B
- ใช้ 2–3 หยด
- อ่านผล 10 นาที
รุ่น C
- ไม่ใช้การหยด แต่ใช้วิธีจุ่มแถบทดสอบ
ดังนั้น ประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อีกชนิดได้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดตรวจมอร์ฟีน
ชุดตรวจมอร์ฟีนต้องใช้ปัสสาวะกี่หยด?
ชุดตรวจแบบ Cassette หลายรุ่นใช้ประมาณ 3 หยด แต่บางรุ่นใช้ 2–3 หยด หรือกำหนดเป็นปริมาตร เช่น 50–120 µL จึงควรตรวจสอบคู่มือของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
หยดปัสสาวะ 4–5 หยดได้ไหม?
หากคู่มือกำหนด 3 หยด ไม่ควรเพิ่มจำนวนเอง เพราะปริมาณตัวอย่างที่มากเกินไปอาจทำให้การไหลของตัวอย่างแตกต่างจากเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด
ถ้าหยดปัสสาวะไม่ครบต้องทำอย่างไร?
ควรตรวจสอบคู่มือของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเดาวิธีแก้ไขเอง หากผลตรวจไม่สมบูรณ์หรือเส้น Control ไม่ปรากฏ อาจจำเป็นต้องใช้ชุดตรวจใหม่
ทำไมชุดตรวจแต่ละยี่ห้อใช้ปัสสาวะไม่เท่ากัน?
เนื่องจากโครงสร้างแผ่นทดสอบ วัสดุดูดซับ ขนาดช่องรับตัวอย่าง และปริมาตรตัวอย่างที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้ผลิตแตกต่างกัน
ชุดตรวจมอร์ฟีนแบบจุ่มต้องหยดปัสสาวะหรือไม่?
โดยทั่วไปชุดตรวจแบบ Strip หรือ Dip Test ใช้วิธีจุ่มลงในตัวอย่างตามระดับที่กำหนด ไม่ใช่วิธีหยด จึงต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นแบบใด
ผลขึ้นเส้นเดียวหมายถึงอะไร?
ต้องดูว่าขึ้นที่ตำแหน่งใดและอ่านตามคู่มือของผลิตภัณฑ์ เพราะรูปแบบการแปลผลควรยึดตามคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรสรุปจากจำนวนเส้นเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูตำแหน่ง C และ T
ถ้าผลตรวจเป็นบวกต้องตรวจซ้ำไหม?
ผลจากชุดตรวจรวดเร็วเป็นผลคัดกรองเบื้องต้น ในกรณีที่ผลมีความสำคัญต่อการรักษา การจ้างงาน หรือการดำเนินการอื่น ควรพิจารณาการตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม
สรุป
คำถามว่า ชุดตรวจมอร์ฟีนต้องใช้ปัสสาวะกี่หยด ไม่ควรตอบด้วยตัวเลขเดียวสำหรับทุกผลิตภัณฑ์
ชุดตรวจแบบ Cassette หลายรุ่นใช้ประมาณ 3 หยด แต่บางรุ่นกำหนด 2–3 หยด หรือกำหนดปริมาตรตัวอย่างแตกต่างออกไป สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงเป็นการอ่านและปฏิบัติตามคู่มือของชุดตรวจรุ่นที่ใช้งานจริง
ทั้ง จำนวนหยด ตำแหน่งที่หยด ระยะเวลารอผล และช่วงเวลาอ่านผล ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวิธีทดสอบ หากต้องการให้ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือ ควรทำตามขั้นตอนที่ผู้ผลิตกำหนดทุกครั้ง
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจนิโคตินทั้งหมด : ” ชุดตรวจมอร์ฟีน “







