สาระน่ารู้

☰

ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ Fentanyl ได้ไหม? ต้องใช้ชุดไหน

ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ Fentanyl ได้ไหม? ต้องใช้ชุดไหน

ชุดตรวจสารเสพติดสามารถตรวจ Fentanyl (เฟนทานิล) ได้ แต่ต้องเป็นชุดตรวจที่รองรับสาร Fentanyl โดยเฉพาะ เช่น ชุดตรวจที่ระบุ FENT หรือมีรายการตรวจ Fentanyl

ชุดตรวจสารเสพติดสามารถตรวจ Fentanyl (เฟนทานิล) ได้ แต่ต้องเป็นชุดตรวจที่รองรับสาร Fentanyl โดยเฉพาะ เช่น ชุดตรวจที่ระบุ FENT หรือมีรายการตรวจ Fentanyl อยู่ในแผงตรวจหลายสาร เนื่องจาก Fentanyl เป็นสารสังเคราะห์ในกลุ่มโอปิออยด์ (Synthetic Opioid) ชุดตรวจมอร์ฟีนหรือโอปิเอตทั่วไปที่ระบุ MOR/OPI มักไม่สามารถตรวจพบ Fentanyl ได้ การตรวจคัดกรองอาจใช้ตัวอย่างปัสสาวะตามข้อกำหนดของชุดตรวจ ส่วนผลบวกเบื้องต้นควรได้รับการตรวจยืนยันด้วยวิธีห้องปฏิบัติการ เช่น LC-MS/MS โดยเฉพาะเมื่อนำผลไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางการแพทย์หรือการทำงาน

Fentanyl คืออะไร? ทำไมจึงต้องใช้ชุดตรวจเฉพาะ

Fentanyl หรือเฟนทานิล เป็นสารในกลุ่มโอปิออยด์สังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง มีฤทธิ์ระงับปวดรุนแรง และสามารถกดการหายใจได้

ในทางการแพทย์ Fentanyl มีการนำมาใช้เพื่อระงับปวดหรือประกอบการให้ยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ ส่วน Fentanyl ที่ผลิตและจำหน่ายอย่างผิดกฎหมายเป็นอีกประเด็นที่หน่วยงานสาธารณสุขให้ความสำคัญ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารเกินขนาด

สิ่งที่ทำให้การตรวจ Fentanyl แตกต่างจากการตรวจสารเสพติดบางประเภทคือโครงสร้างทางเคมีของสาร

แม้ Fentanyl จะอยู่ในกลุ่มโอปิออยด์เช่นเดียวกับมอร์ฟีน แต่มีโครงสร้างต่างจากกลุ่มโอปิเอตตามธรรมชาติ ทำให้ชุดตรวจที่พัฒนามาสำหรับตรวจมอร์ฟีนไม่สามารถนำมาใช้ตรวจ Fentanyl ได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น ชุดตรวจปัสสาวะที่ระบุ MOR หรือ OPI โดยทั่วไปมุ่งตรวจมอร์ฟีนหรือสารที่มีปฏิกิริยาร่วมกับระบบตรวจของผลิตภัณฑ์นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจพบโอปิออยด์ทุกชนิด

ด้วยเหตุนี้ หากองค์กรหรือสถานพยาบาลต้องการตรวจ Fentanyl จึงต้องตรวจสอบรายการสารเป้าหมายบนฉลากและเอกสารกำกับชุดตรวจให้ชัดเจน

ชุดตรวจสารเสพติดทั่วไปตรวจ Fentanyl ได้ไหม?

คำตอบคือ ตรวจได้เฉพาะชุดตรวจที่มีระบบตรวจ Fentanyl อยู่ในรายการสารเป้าหมาย

หลายคนเข้าใจว่าชุดตรวจสารเสพติดแบบ 5 สาร 7 สาร หรือ 10 สาร จะสามารถตรวจพบสารเสพติดทุกชนิดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ แต่ความจริงแล้วจำนวนช่องตรวจไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ครอบคลุมสารอะไรบ้าง

ตัวอย่างเช่น ชุดตรวจหลายสารบางรุ่นอาจประกอบด้วย MET, THC, MOR, COC และ KET ซึ่งสามารถใช้ตรวจคัดกรองสารที่ระบุไว้ได้ แต่หากไม่มี FENT หรือรายการ Fentanyl ก็ไม่ควรนำผลตรวจนั้นมาสรุปว่าไม่พบ Fentanyl

ในทางกลับกัน ชุดตรวจหลายสารที่มีช่อง FENT และมีเอกสารยืนยันคุณสมบัติการตรวจ ก็สามารถใช้คัดกรอง Fentanyl ได้ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

ตารางเปรียบเทียบรหัสชุดตรวจสารเสพติด

รหัสบนชุดตรวจสารเป้าหมายทั่วไปตรวจ Fentanyl ได้หรือไม่
MET / MAMPMethamphetamineไม่ได้โดยตรง
AMPAmphetamineไม่ได้โดยตรง
THCสารกลุ่ม Cannabinoidsไม่ได้โดยตรง
MORMorphineโดยทั่วไปไม่ได้
OPIOpiatesโดยทั่วไปไม่ได้
COCCocaine Metabolitesไม่ได้โดยตรง
KETKetamineไม่ได้โดยตรง
FENTFentanylได้ตามข้อกำหนดของชุดตรวจ
FTYอาจใช้แทนรหัส Fentanyl ในบางผลิตภัณฑ์ต้องตรวจเอกสารผู้ผลิต

รหัสและขอบเขตการตรวจอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต ต้องยึดเอกสารกำกับของรุ่นจริงเป็นหลัก

ชุดตรวจมอร์ฟีน (MOR) กับชุดตรวจ Fentanyl ต่างกันอย่างไร?

แม้ Morphine และ Fentanyl จะเป็นยาในกลุ่มโอปิออยด์ แต่การตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่ได้ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด

ชุดตรวจ MOR หรือ OPI มักพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสารกลุ่มโอปิเอต เช่น Morphine และสารที่ชุดตรวจสามารถเกิดปฏิกิริยาร่วมได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด

ชุดตรวจ FENT ออกแบบมาเพื่อตรวจ Fentanyl โดยเฉพาะ และบางวิธีอาจตรวจพบ Norfentanyl ซึ่งเป็นสารเมตาบอไลต์ของ Fentanyl ได้ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจำเพาะของชุดตรวจ

หัวข้อชุดตรวจ MOR/OPIชุดตรวจ FENT
สารเป้าหมายหลักMorphine หรือกลุ่ม OpiatesFentanyl
กลุ่มสารOpiatesSynthetic Opioid
ตรวจ Fentanyl โดยตรงโดยทั่วไปไม่รองรับรองรับตามเอกสารผลิตภัณฑ์
รูปแบบที่พบแบบจุ่ม แบบหยด หรือชุดหลายสารแบบตรวจเฉพาะหรือรวมในชุดหลายสาร
การอ่านผลผลคัดกรองเบื้องต้นผลคัดกรองเบื้องต้น
การตรวจยืนยันใช้วิธีจำเพาะต่อสารที่สงสัยเช่น LC-MS/MS สำหรับ Fentanyl และ Norfentanyl

ดังนั้น หากผลตรวจ MOR เป็นลบ ก็ยังไม่สามารถนำมาสรุปว่าบุคคลนั้นไม่เคยได้รับ Fentanyl เพราะทั้งสองการทดสอบมีสารเป้าหมายต่างกัน

การตรวจ Fentanyl ทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?

การตรวจ Fentanyl มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าต้องการตรวจสารในร่างกายหรือในตัวอย่างวัสดุ และต้องการผลเพื่อวัตถุประสงค์ใด

1. ชุดตรวจ Fentanyl ในปัสสาวะ

การตรวจปัสสาวะเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้คัดกรองการได้รับ Fentanyl โดยชุดตรวจอาจอาศัยหลักการ Immunoassay ซึ่งใช้สารจับจำเพาะเพื่อตรวจสารเป้าหมาย

ข้อดีคือสามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงในทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ ความเข้มข้นของสาร ระยะเวลาหลังได้รับสาร และค่า Cut-off ที่กำหนด

ชุดตรวจบางรุ่นตรวจ Fentanyl เป็นหลัก ขณะที่บางวิธีสามารถตรวจ Norfentanyl ได้ด้วย จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเลือกซื้อ

2. การตรวจ Fentanyl ในน้ำลาย

การตรวจน้ำลายหรือ Oral Fluid Testing เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถใช้ตรวจ Fentanyl ได้ เมื่อใช้วิธีและชุดตรวจที่ได้รับการพัฒนาและตรวจสอบความเหมาะสมสำหรับตัวอย่างน้ำลาย

อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจปัสสาวะไม่สามารถนำไปใช้ตรวจน้ำลายแทนกันได้โดยไม่มีข้อมูลรองรับจากผู้ผลิต เพราะชนิดตัวอย่างมีผลต่อความไว ความจำเพาะ และการแปลผล

3. การตรวจ Fentanyl Test Strips ในตัวอย่างสาร

Fentanyl Test Strips บางประเภทถูกใช้เพื่อคัดกรอง Fentanyl ในตัวอย่างสารหรือผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย โดยมีวัตถุประสงค์ด้านการลดอันตรายจากการได้รับสารที่ไม่ทราบส่วนผสม

การตรวจลักษณะนี้แตกต่างจากการตรวจปัสสาวะของบุคคล ไม่ควรสลับวัตถุประสงค์การใช้งานโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนดของอุปกรณ์

ที่สำคัญ ผลลบจากแถบตรวจไม่ได้รับประกันว่าตัวอย่างไม่มี Fentanyl หรือสารโอปิออยด์สังเคราะห์อื่นที่เป็นอันตราย เพราะการตรวจอาจมีข้อจำกัดด้านความไว สารอนุพันธ์ และการกระจายตัวของสารในตัวอย่าง

4. การตรวจยืนยันด้วย LC-MS/MS

LC-MS/MS หรือ Liquid Chromatography–Tandem Mass Spectrometry เป็นเทคนิควิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่ใช้แยกและตรวจวัดสารด้วยความจำเพาะสูง

สามารถใช้ตรวจ Fentanyl และ Norfentanyl ตามรายการสารและความสามารถของวิธีที่ห้องปฏิบัติการตรวจสอบแล้ว

เหมาะกับกรณีที่จำเป็นต้องยืนยันผลคัดกรอง เช่น การประเมินทางคลินิก หรือการนำผลไปประกอบการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อบุคคล

ตารางเปรียบเทียบวิธีตรวจ Fentanyl

วิธีตรวจตัวอย่างจุดเด่นข้อจำกัด
Rapid FENT Testปัสสาวะตามรุ่นคัดกรองเบื้องต้นสะดวกมีโอกาสเกิดผลบวกหรือลบคลาดเคลื่อน
Oral Fluid FENT Testน้ำลายเก็บตัวอย่างโดยไม่ต้องใช้ปัสสาวะต้องใช้วิธีที่รองรับน้ำลาย
Fentanyl Test Strips สำหรับตรวจตัวอย่างสารตัวอย่างสารตามคู่มือใช้คัดกรองสารเป้าหมายในตัวอย่างไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของตัวอย่าง
LC-MS/MSตัวอย่างชีวภาพตามวิธีที่ตรวจสอบแล้วมีความจำเพาะสูง เหมาะกับการยืนยันผลต้องใช้ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือเฉพาะ

ค่า Cut-off ของชุดตรวจ Fentanyl คืออะไร?

Cut-off คือค่าความเข้มข้นที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินผลของการทดสอบ

ตัวอย่างเช่น หากชุดตรวจรุ่นหนึ่งกำหนดค่า Cut-off ไว้ที่ระดับหนึ่ง ผลตรวจจะถูกแปลตามเกณฑ์และข้อจำกัดของวิธีนั้น ไม่ได้หมายความว่าชุดตรวจสามารถบอกปริมาณ Fentanyl ที่แน่นอนได้จากความเข้มของแถบสี

สิ่งที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่

  • Analytical Sensitivity: ความสามารถในการตรวจพบสารที่ระดับความเข้มข้นต่าง ๆ
  • Specificity: ความสามารถในการจำแนกสารเป้าหมายจากสารอื่นตามการประเมินของวิธี
  • Cross-reactivity: การเกิดปฏิกิริยาร่วมกับสารอื่นหรือสารอนุพันธ์
  • Cut-off: เกณฑ์ความเข้มข้นที่ใช้แปลผลบวกและลบ
  • Specimen Type: ประเภทตัวอย่างที่ชุดตรวจรองรับ

ค่า Cut-off ที่ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าชุดตรวจดีกว่าในทุกด้าน เพราะต้องพิจารณาความจำเพาะ ความคลาดเคลื่อน และวัตถุประสงค์การตรวจร่วมกัน

ตรวจ Fentanyl แล้วผลบวกหรือผลลบหมายความว่าอย่างไร?

สำหรับชุดตรวจคัดกรองที่ใช้หลักการ Immunoassay ผลที่ได้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์หรือทางกฎหมายโดยอัตโนมัติ

ผลบวกเบื้องต้น (Presumptive Positive)

หมายความว่าชุดตรวจให้ผลสอดคล้องกับการตรวจพบสารเป้าหมายตามเกณฑ์ของวิธีนั้น

อย่างไรก็ตาม อาจเกิดผลบวกคลาดเคลื่อนจากสารอื่นหรือปัจจัยรบกวนได้ จึงควรใช้การตรวจยืนยันเมื่อผลมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ

ผลลบ (Negative)

หมายความว่าการทดสอบไม่พบสารเป้าหมายถึงระดับที่ชุดตรวจสามารถรายงานเป็นผลบวกได้ภายใต้เงื่อนไขนั้น

ไม่ได้หมายความว่าไม่มี Fentanyl อยู่ในร่างกายอย่างแน่นอน เพราะสารอาจอยู่ต่ำกว่า Cut-off หรือชุดตรวจอาจไม่ครอบคลุมสารอนุพันธ์บางชนิด

ผลไม่สมบูรณ์ (Invalid)

เป็นผลที่ไม่สามารถนำมาแปลได้อย่างถูกต้อง เช่น แถบควบคุมไม่ขึ้นในชุดตรวจชนิดที่ต้องมีแถบควบคุม

ควรดำเนินการใหม่ตามคู่มือของผลิตภัณฑ์ และไม่ควรนำผลดังกล่าวไปสรุปว่าเป็นผลบวกหรือผลลบ

ข้อควรรู้: ชุดตรวจแบบแข่งขันจับสาร (Competitive Immunoassay) หลายรุ่นมีวิธีอ่านผลที่ต่างจากชุดตรวจโรคติดเชื้อ จึงต้องอ่านคู่มือเฉพาะรุ่นก่อนแปลความหมายของเส้น C และ T

ชุดตรวจมอร์ฟีนคืออะไร

โรงงานและองค์กรควรเลือกชุดตรวจ Fentanyl อย่างไร?

สำหรับองค์กรที่ต้องการจัดทำระบบตรวจคัดกรองสารเสพติด การเลือกรายการตรวจควรเริ่มจากนโยบายและวัตถุประสงค์ ไม่ใช่เลือกชุดตรวจที่มีจำนวนสารมากที่สุด

1. กำหนดว่าต้องการตรวจสารชนิดใด

หากต้องการตรวจ Fentanyl ต้องเลือกชุดตรวจที่มี FENT หรือรายการ Fentanyl ตามเอกสารของผู้ผลิต ไม่ใช้ชุดตรวจ MOR/OPI แทนโดยอัตโนมัติ

2. ตรวจสอบชนิดของตัวอย่าง

ชุดตรวจบางรุ่นใช้กับปัสสาวะ บางวิธีใช้กับน้ำลาย ต้องตรวจสอบให้ตรงกับระบบเก็บตัวอย่างขององค์กร

3. ตรวจสอบความไวและความจำเพาะ

ขอข้อมูลผลการประเมินประสิทธิภาพ ค่า Cut-off ความสามารถในการตรวจสารอนุพันธ์ และการเกิด Cross-reactivity จากผู้จำหน่าย

4. ตรวจสอบเอกสารและสถานะผลิตภัณฑ์

ควรตรวจสอบเอกสารกำกับการใช้งาน วันหมดอายุ เงื่อนไขการเก็บรักษา และสถานะการอนุญาตตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น

5. วางแนวทางตรวจยืนยันผล

องค์กรไม่ควรใช้ผลบวกเบื้องต้นเพียงครั้งเดียวมาตัดสินความผิดหรือดำเนินมาตรการทางวินัยโดยไม่มีขั้นตอนตรวจสอบที่เหมาะสม

ควรกำหนดกระบวนการส่งตรวจยืนยัน การทบทวนข้อมูลยาที่ได้รับตามใบสั่งแพทย์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน

HowTo: วิธีเลือกและใช้ชุดตรวจ Fentanyl สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น

ขั้นตอนที่ 1: ระบุวัตถุประสงค์การตรวจ

พิจารณาว่าต้องการตรวจคัดกรองการได้รับ Fentanyl ในร่างกาย หรือจำเป็นต้องตรวจตัวอย่างสาร เพราะอุปกรณ์สองประเภทมีวัตถุประสงค์และข้อจำกัดต่างกัน

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบรายการสารบนชุดตรวจ

อ่านฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันว่ามี FENT หรือ Fentanyl อยู่ในรายการสารที่ตรวจได้ ไม่อ้างอิงจากคำว่า Opioid หรือ Opiate เพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบชนิดตัวอย่างและค่า Cut-off

ตรวจสอบว่าชุดตรวจรองรับปัสสาวะ น้ำลาย หรือตัวอย่างชนิดใด พร้อมพิจารณาค่า Cut-off ความไว และข้อจำกัดของการตรวจ

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมชุดตรวจและเก็บตัวอย่างตามคู่มือ

ตรวจสอบวันหมดอายุ สภาพซองบรรจุ อุณหภูมิการเก็บรักษา และเก็บตัวอย่างตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และขั้นตอนควบคุมคุณภาพ

ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการตรวจตามคำแนะนำผู้ผลิต

ปฏิบัติตามปริมาณตัวอย่าง ระยะเวลาทดสอบ และวิธีอ่านผลที่ระบุในคู่มือของรุ่นนั้น โดยไม่ใช้ขั้นตอนจากชุดตรวจรุ่นอื่นแทนกัน

ขั้นตอนที่ 6: อ่านผลและบันทึกข้อมูล

ตรวจสอบแถบควบคุมและผลการทดสอบตามคู่มือ บันทึกข้อมูลที่จำเป็น เช่น รหัสตัวอย่าง รุ่นชุดตรวจ Lot Number และเวลาที่อ่านผล พร้อมรักษาความลับของผู้รับการตรวจ

ขั้นตอนที่ 7: ส่งตรวจยืนยันเมื่อจำเป็น

หากผลคัดกรองเป็นบวก ผลไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางคลินิก หรือมีผลต่อการตัดสินใจสำคัญ ควรส่งตัวอย่างให้ห้องปฏิบัติการที่มีวิธีตรวจยืนยันเหมาะสม เช่น LC-MS/MS

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อต้องการตรวจ Fentanyl

ข้อผิดพลาดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแนวทางป้องกัน
ใช้ชุดตรวจ MOR แทน FENTอาจตรวจไม่พบ Fentanylเลือกชุดที่ระบุ FENT
คิดว่าชุดตรวจหลายสารตรวจได้ทุกชนิดสารที่ต้องการอาจไม่อยู่ในรายการตรวจรหัสสารทุกช่อง
ไม่ดูค่า Cut-offแปลผลเกินขีดความสามารถของชุดตรวจอ่านเอกสารกำกับ
ใช้ตัวอย่างผิดประเภทผลอาจใช้แปลไม่ได้ใช้ชนิดตัวอย่างตามคู่มือ
อ่านผลนอกเวลาที่กำหนดอาจเกิดการแปลผลผิดพลาดจับเวลาและอ่านตามคู่มือ
เชื่อผลบวกเบื้องต้นทันทีอาจเกิดความเสียหายต่อผู้รับการตรวจมีกระบวนการตรวจยืนยัน
เชื่อว่าผลลบหมายถึงไม่มีสารแน่นอนอาจประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปทำความเข้าใจข้อจำกัดของวิธี

หากสงสัยว่าได้รับ Fentanyl เกินขนาด ควรทำอย่างไร?

การตรวจสารเสพติดไม่ใช่วิธีประเมินความเร่งด่วนของผู้ป่วยที่อาจได้รับ Fentanyl เกินขนาด

หากมีอาการหมดสติ ปลุกไม่ตื่น หายใจช้าหรือหยุดหายใจ ต้องถือเป็นเหตุฉุกเฉินและรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์

หากอยู่ในประเทศไทยให้โทร 1669 และหากมี Naloxone พร้อมใช้งาน ควรให้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์และแนวทางช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยไม่รอผลชุดตรวจ

แม้จะให้ Naloxone แล้ว ผู้ป่วยก็ยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอาการอาจกลับมาได้

สรุป: ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ Fentanyl ได้ แต่ต้องเลือกให้ตรงกับสารที่ต้องการ

ชุดตรวจสารเสพติดไม่สามารถตรวจ Fentanyl ได้ทุกประเภท โดยเฉพาะชุดตรวจมอร์ฟีนหรือโอปิเอตทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับสารดังกล่าว

หากต้องการตรวจ Fentanyl ควรเลือกชุดตรวจที่ระบุ FENT หรือ Fentanyl โดยตรง พร้อมตรวจสอบชนิดตัวอย่าง ค่า Cut-off ความไว ความจำเพาะ และหลักฐานประสิทธิภาพจากผู้ผลิต

สำหรับโรงงาน คลินิก หรือหน่วยงานที่ต้องการตรวจคัดกรองเป็นระบบ ควรวางแผนตั้งแต่การเลือกชุดตรวจ การเก็บตัวอย่าง ไปจนถึงการตรวจยืนยันผล เพื่อให้การนำข้อมูลไปใช้งานมีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้รับการตรวจ

ก่อนซื้อชุดตรวจสารเสพติด ควรเริ่มจากการถามว่า “ต้องการตรวจสารอะไร?” มากกว่าถามว่า “ชุดนี้ตรวจได้กี่สาร?” เพราะรายการสารเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับความต้องการ

➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “

แชร์:

Facebook
Twitter
X

บทความเพิ่มเติม

ทำไมต้องใช้ Antibody

ทำไมต้องใช้ Antibody จำเพาะในการตรวจสารเสพติด? รู้จักหลักการทำงาน

สารบางชนิดจำเป็นต้องใช้ Antibody (แอนติบอดี) ที่มีความจำเพาะ เนื่องจากสารแต่ละชนิดมีโครงสร้างโมเลกุลแตกต่างกันหรืออาจคล้ายกับสารอื่น แอนติบอดีที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบตรวจจับสารเป้าหมายได้ตามที่ออกแบบ

ชุดตรวจกระท่อมสำหรับองค์กร

ชุดตรวจกระท่อมสำหรับองค์กร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน?

ชุดตรวจกระท่อมสำหรับองค์กรควรเลือกจากสารเป้าหมายที่ตรวจได้ โดยเฉพาะ Mitragynine ชนิดตัวอย่าง ค่า Cut-off ข้อมูลความไวและความจำเพาะ วิธีใช้งาน และเอกสารรับรองของผลิตภัณฑ์

ทำไมต้องใช้ Antibody

ทำไมต้องใช้ Antibody จำเพาะในการตรวจสารเสพติด? รู้จักหลักการทำงาน

สารบางชนิดจำเป็นต้องใช้ Antibody (แอนติบอดี) ที่มีความจำเพาะ เนื่องจากสารแต่ละชนิดมีโครงสร้างโมเลกุลแตกต่างกันหรืออาจคล้ายกับสารอื่น

Read More »
ชุดตรวจสารเสพติดแบบน้ำลายคืออะไร

ชุดตรวจสารเสพติดแบบน้ำลายคืออะไร? วิธีใช้และข้อควรรู้

เมื่อพูดถึงการตรวจสารเสพติด หลายคนอาจคุ้นเคยกับชุดตรวจปัสสาวะที่ใช้กันในโรงงาน บริษัท และสถานพยาบาล แต่ปัจจุบันยังมีวิธีตรวจอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจ

Read More »
Medical Footer
ต้องการใบเสนอราคา
LINE