ชุดตรวจกระท่อมแม่นไหม?
ชุดตรวจกระท่อมแบบปัสสาวะใช้สำหรับคัดกรองสาร ไมทราไจนีน (Mitragynine) หรือสารที่เกี่ยวข้องกับกระท่อม ให้ผลรวดเร็วและใช้งานไม่ซับซ้อน แต่ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ 100% เพราะผลขึ้นอยู่กับค่าตัดของชุดตรวจ เวลาที่เก็บปัสสาวะ ความเข้มข้นของสาร วิธีใช้งาน การเก็บรักษา และสารรบกวนในตัวอย่าง
ผลบวกจากชุดตรวจควรถือเป็น ผลบวกเบื้องต้น หากผลตรวจมีผลต่อการรักษา การจ้างงาน หรือการดำเนินการทางกฎหมาย ควรตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการ เช่น LC-MS/MS ก่อนตัดสินใจ

ชุดตรวจกระท่อมตรวจหาอะไร?
สารสำคัญในใบกระท่อมคือ ไมทราไจนีน และยังมีสารกลุ่มอัลคาลอยด์อื่น เช่น 7-Hydroxymitragynine หลังเข้าสู่ร่างกาย สารเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนแปลงและขับออกบางส่วนทางปัสสาวะ
ชุดตรวจกระท่อมแบบรวดเร็วส่วนใหญ่ใช้หลักการภูมิคุ้มกันหรือ Immunoassay เพื่อตรวจว่าความเข้มข้นของสารเป้าหมายอยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่า ค่าตัด หรือ Cut-off ที่ผู้ผลิตกำหนด จึงเป็นการตรวจแบบ “พบหรือไม่พบตามค่าตัด” ไม่ใช่การบอกปริมาณสารที่แน่นอน
ก่อนซื้อจึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าอักษร KRA หรือรายการทดสอบบนผลิตภัณฑ์หมายถึงสารใด มีค่าตัดเท่าไร และรองรับตัวอย่างชนิดใด
ชุดตรวจกระท่อมแม่นแค่ไหน?
ไม่มีตัวเลขความแม่นยำเดียวที่ใช้ได้กับชุดตรวจกระท่อมทุกยี่ห้อ เพราะแต่ละรุ่นอาจใช้น้ำยา แอนติบอดี ค่าตัด และเกณฑ์ประเมินต่างกัน ตัวเลขที่ควรพิจารณาต้องมาจากเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ของรุ่นนั้นโดยตรง
งานวิจัยเกี่ยวกับชุดตรวจแบบ ELISA สำหรับไมทราไจนีนพบว่าวิธีภูมิคุ้มกันสามารถนำมาใช้คัดกรองได้ แต่แอนติบอดีอาจตอบสนองต่อสารอัลคาลอยด์หรือเมแทบอไลต์ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกัน จึงยังควรใช้วิธีวิเคราะห์เฉพาะเจาะจงสำหรับการยืนยันผล ACS Omega
ในทางกลับกัน วิธี LC-MS/MS สามารถแยกและตรวจวัดไมทราไจนีนได้เฉพาะเจาะจงกว่า งานตรวจสอบความใช้ได้ของวิธีในประเทศไทยรายงานค่าความเป็นเส้นตรง ความแม่น และความเที่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ Journal of Applied Research on Science and Technology
| วิธีตรวจ | ลักษณะผล | จุดเด่น | ข้อจำกัด | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|
| ชุดตรวจแบบแถบจุ่ม | บวกหรือลบตามค่าตัด | รวดเร็ว ราคาประหยัด | ต้องควบคุมระดับการจุ่มและเวลา | คัดกรองเบื้องต้น |
| ชุดตรวจแบบตลับหยด | บวกหรือลบตามค่าตัด | ควบคุมปริมาณตัวอย่างได้ง่าย | หยดมากหรือน้อยเกินไปอาจรบกวนผล | หน่วยงานและสถานประกอบการ |
| ชุดตรวจหลายสาร | ตรวจหลายรายการพร้อมกัน | ประหยัดเวลาและตัวอย่าง | ต้องอ่านแต่ละช่องให้ถูกต้อง | คัดกรองสารหลายชนิด |
| LC-MS/MS | ระบุชนิดและปริมาณสาร | มีความจำเพาะและความไวสูง | ต้องใช้ห้องปฏิบัติการ | ยืนยันผลตรวจ |
ชุดตรวจรวดเร็วเป็นเครื่องมือคัดกรอง ไม่ควรนำผลบวกเบื้องต้นไปใช้ลงโทษ วินิจฉัย หรือดำเนินการสำคัญโดยไม่มีการตรวจยืนยัน
ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจกระท่อมคลาดเคลื่อน
| ปัจจัย | ผลที่อาจเกิดขึ้น | แนวทางลดความคลาดเคลื่อน |
|---|---|---|
| ตรวจเร็วหรือช้าเกินไป | ผลลบทั้งที่เคยได้รับสาร | เลือกช่วงตรวจตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ |
| ปัสสาวะเจือจาง | ความเข้มข้นต่ำกว่าค่าตัด | หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจำนวนมากก่อนเก็บตัวอย่าง |
| ใช้ตัวอย่างผิดประเภท | ชุดตรวจทำงานไม่ถูกต้อง | ใช้เฉพาะตัวอย่างที่ผู้ผลิตระบุ |
| จุ่มลึกหรือหยดผิดปริมาณ | การไหลของน้ำยาผิดปกติ | ปฏิบัติตามคู่มือของรุ่นนั้น |
| อ่านผลผิดเวลา | เกิดเส้นระเหยหรือมองข้ามเส้นจาง | ตั้งเวลาและอ่านภายในช่วงที่กำหนด |
| ชุดตรวจหมดอายุ | น้ำยาทำงานเสื่อมลง | ตรวจวันหมดอายุและสภาพซอง |
| เก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม | ความไวของชุดตรวจลดลง | เก็บตามอุณหภูมิบนฉลาก |
| สารรบกวนหรือปฏิกิริยาข้าม | อาจเกิดผลบวกลวง | ตรวจสอบข้อมูล Cross-reactivity และยืนยันในห้องปฏิบัติการ |
| ตัวอย่างปนเปื้อน | ผลผิดปกติหรือใช้ไม่ได้ | ใช้ภาชนะสะอาดและไม่เติมสารอื่น |
| อ่านเส้นด้วยสายตา | ผู้ตรวจแต่ละคนตีความต่างกัน | ตรวจในบริเวณที่มีแสงเพียงพอ |
1. ตรวจไม่ตรงกับช่วงเวลาที่สารอยู่ในปัสสาวะ
หลังได้รับกระท่อม ร่างกายต้องใช้เวลาในการดูดซึม เปลี่ยนแปลง และขับสารออกมา หากตรวจเร็วเกินไป สารอาจยังไม่ปรากฏในปัสสาวะมากพอ แต่หากตรวจช้าเกินไป ความเข้มข้นอาจลดต่ำกว่าค่าตัดแล้ว
ระยะตรวจพบไม่ใช่ตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่ในการใช้ การเผาผลาญของแต่ละบุคคล การทำงานของตับและไต รวมถึงค่าตัดของชุดตรวจ
2. ปัสสาวะเจือจางเกินไป
การดื่มน้ำจำนวนมากก่อนตรวจอาจทำให้สารเป้าหมายในปัสสาวะเจือจางลง แม้ยังมีสารอยู่ แต่หากความเข้มข้นต่ำกว่าค่าตัด ชุดตรวจก็อาจแสดงผลลบได้
ผลลบจึงไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าไม่เคยได้รับสาร แต่อาจหมายถึง “ไม่พบสารในระดับที่ชุดตรวจตรวจจับได้ ณ เวลานั้น”
3. ค่าตัดของชุดตรวจแตกต่างกัน
ชุดตรวจสองรุ่นอาจให้ผลไม่เหมือนกันจากตัวอย่างเดียวกัน หากมีค่าตัดต่างกัน รุ่นที่มีค่าตัดต่ำกว่าอาจตรวจพบสารในระดับต่ำได้มากกว่า แต่ควรประเมินร่วมกับความจำเพาะและผลการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย
4. ใช้งานไม่ตรงตามคู่มือ
ความผิดพลาดที่พบได้บ่อย ได้แก่ จุ่มแถบตรวจเกินขีดกำหนด จุ่มนานเกินไป หยดตัวอย่างผิดจำนวน วางตลับบนพื้นที่เอียง หรืออ่านผลหลังพ้นเวลาที่กำหนด
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่าความถูกต้องของชุดตรวจสารเสพติดแบบใช้เองอาจได้รับผลกระทบจากวิธีตรวจ การเก็บรักษา ตัวอย่าง และยาหรือสารที่ผู้ตรวจได้รับ FDA
5. ชุดตรวจเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ
ความร้อน ความชื้น แสงแดด หรือซองฟอยล์ที่รั่วสามารถทำให้น้ำยาบนแถบตรวจเสื่อมประสิทธิภาพ ควรเก็บผลิตภัณฑ์ตามอุณหภูมิที่ระบุ และเปิดซองเมื่อพร้อมใช้งานเท่านั้น
6. ปฏิกิริยาข้ามกับสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียง
แอนติบอดีในชุดตรวจอาจตอบสนองต่อสารที่มีโครงสร้างคล้ายสารเป้าหมาย งานวิจัยของชุดตรวจไมทราไจนีนบางรูปแบบพบการตอบสนองต่ออัลคาลอยด์และเมแทบอไลต์ของกระท่อมหลายชนิด อย่างไรก็ตาม ระดับการตอบสนองอาจไม่เหมือนกันในผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น จึงต้องตรวจสอบตาราง Cross-reactivity จากผู้ผลิตโดยตรง
7. อ่านเส้นจางผิดความหมาย
ชุดตรวจสารเสพติดแบบ Competitive Immunoassay โดยทั่วไปมักแปลผลดังนี้
- ขึ้นเส้น C และ T แม้เส้น T จะจาง: ผลลบ
- ขึ้นเฉพาะเส้น C: ผลบวกเบื้องต้น
- ไม่ขึ้นเส้น C: ผลใช้ไม่ได้ ต้องตรวจใหม่
อย่างไรก็ตาม ให้ยึดคู่มือของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่เป็นหลัก เพราะรูปแบบการแปลผลอาจแตกต่างกันได้

How To: วิธีใช้ชุดตรวจกระท่อมให้ลดความคลาดเคลื่อน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบผลิตภัณฑ์
ดูชื่อสารเป้าหมาย ค่าตัด ชนิดตัวอย่าง เลขล็อต วันหมดอายุ และสภาพซอง ชุดตรวจต้องไม่เปียกชื้น ฉีกขาด หรือถูกเก็บผิดอุณหภูมิ
ขั้นตอนที่ 2 อ่านคู่มือก่อนเก็บตัวอย่าง
ตรวจสอบจำนวนหยด ระดับการจุ่ม เวลารอผล และช่วงเวลาที่อนุญาตให้อ่านผล ห้ามนำวิธีใช้ของอีกยี่ห้อมาปรับใช้แทนกัน
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมตัวอย่างปัสสาวะ
เก็บปัสสาวะในภาชนะสะอาด แห้ง และไม่มีน้ำยาหรือสารเคมีตกค้าง หากตัวอย่างถูกแช่เย็น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการปรับอุณหภูมิก่อนตรวจ
ขั้นตอนที่ 4 ทดสอบตามรูปแบบของชุดตรวจ
สำหรับแถบจุ่ม ให้จุ่มตามระดับและเวลาที่กำหนด ส่วนตลับตรวจให้หยดตัวอย่างตามจำนวนที่คู่มือระบุ จากนั้นวางบนพื้นราบ
ขั้นตอนที่ 5 ตั้งเวลา
เริ่มจับเวลาทันทีหลังทดสอบ ไม่ควรคาดเดาเวลาหรือปล่อยชุดตรวจทิ้งไว้นาน เพราะเส้นที่ปรากฏภายหลังอาจไม่ใช่ผลที่ใช้แปลความหมายได้
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบเส้นควบคุม
ต้องมีเส้น C ปรากฏจึงถือว่าชุดตรวจทำงาน หากไม่มีเส้น C ไม่ว่าช่อง T จะขึ้นหรือไม่ ให้ถือว่าผลใช้ไม่ได้และตรวจใหม่ด้วยชุดใหม่
ขั้นตอนที่ 7 ยืนยันผลเมื่อจำเป็น
หากได้ผลบวก ผลไม่ชัดเจน หรือผลมีผลต่อบุคคล ควรเก็บตัวอย่างและส่งตรวจยืนยันกับห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม เช่น LC-MS/MS
ผลบวกและผลลบหมายความว่าอย่างไร?
ผลบวกเบื้องต้น
หมายถึงชุดตรวจกระท่อมพบการตอบสนองของสารเป้าหมายในระดับเท่ากับหรือสูงกว่าค่าตัด ไม่ได้บอกปริมาณที่รับ ไม่สามารถระบุเวลาที่ได้รับสารอย่างแม่นยำ และไม่ควรใช้เป็นหลักฐานยืนยันเพียงอย่างเดียว
FDA แนะนำว่าผลบวกจากชุดตรวจสารเสพติดแบบรวดเร็วควรส่งตรวจเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการก่อนดำเนินการสำคัญ FDA
ผลลบ
หมายถึงไม่พบสารเป้าหมาย หรือพบในระดับต่ำกว่าค่าตัด ณ เวลาที่เก็บตัวอย่าง ผลลบไม่ได้รับรองว่าไม่เคยได้รับกระท่อม เพราะอาจตรวจผิดช่วง ปัสสาวะเจือจาง หรือใช้ชุดตรวจกระท่อมที่ไม่ตรงกับสารเป้าหมาย
ผลใช้ไม่ได้
มักเกิดเมื่อไม่ปรากฏเส้น C อาจมีสาเหตุจากตัวอย่างมากหรือน้อยเกินไป วิธีใช้ไม่ถูกต้อง หรือชุดตรวจเสื่อมสภาพ ควรทดสอบใหม่ ไม่ควรตีความผลจากชุดเดิม
ควรตรวจยืนยันในกรณีใด?
ควรส่งตรวจยืนยันเมื่อเกิดสถานการณ์ต่อไปนี้
- ผลบวกมีผลต่อการจ้างงานหรือบทลงโทษ
- ผู้รับการตรวจปฏิเสธผล
- ผลตรวจไม่สอดคล้องกับประวัติหรืออาการ
- เส้นผลตรวจไม่ชัดเจน
- สงสัยว่ามีการเจือจางหรือปนเปื้อนตัวอย่าง
- ต้องใช้ผลในกระบวนการรักษาหรือทางกฎหมาย
- ต้องการทราบชนิดหรือปริมาณสารอย่างเฉพาะเจาะจง
วิธี LC-MS/MS สามารถตรวจแยกไมทราไจนีนและ 7-Hydroxymitragynine ได้อย่างเฉพาะเจาะจง และมีการพัฒนาวิธีสำหรับตรวจในปัสสาวะโดยตรง Chromatography
วิธีเลือกซื้อชุดตรวจกระท่อม
ก่อนสั่งซื้อควรพิจารณามากกว่าราคา โดยตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- ระบุชัดเจนว่าตรวจสารไมทราไจนีนหรือสารใด
- มีค่าตัดระบุบนฉลากหรือเอกสารกำกับ
- มีข้อมูล Sensitivity, Specificity และ Accuracy ของรุ่นนั้น
- มีตารางสารรบกวนและ Cross-reactivity
- มีเลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุครบถ้วน
- บรรจุภัณฑ์ปิดสนิทและมีสารดูดความชื้น
- มีคู่มือภาษาไทยหรือคำแนะนำที่เข้าใจง่าย
- มีช่องทางติดต่อผู้จำหน่ายเมื่อพบผลผิดปกติ
- มีระบบจัดส่งและจัดเก็บตามอุณหภูมิที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดตรวจกระท่อม
1. ชุดตรวจกระท่อมแม่นไหม?
ชุดตรวจสามารถใช้คัดกรองสารไมทราไจนีนในปัสสาวะได้ แต่ไม่มีชุดตรวจใดแม่นยำ 100% ความถูกต้องขึ้นอยู่กับรุ่น ค่าตัด วิธีใช้ ช่วงเวลาเก็บตัวอย่าง และการเก็บรักษา
2. ผลบวกหมายความว่าใช้กระท่อมแน่นอนหรือไม่?
ยังไม่ควรสรุปทันที เพราะผลจากชุดตรวจรวดเร็วเป็นผลบวกเบื้องต้น ควรตรวจยืนยันด้วยวิธี LC-MS/MS โดยเฉพาะเมื่อผลมีผลต่อการรักษา การจ้างงาน หรือกฎหมาย
3. ผลลบยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่ได้ใช้กระท่อม?
ยืนยันไม่ได้ทั้งหมด ผลลบอาจเกิดจากตรวจเร็วหรือช้าเกินไป ปัสสาวะเจือจาง ความเข้มข้นต่ำกว่าค่าตัด หรือชุดตรวจเสื่อมสภาพ
4. เส้น T จางถือว่าเป็นผลอะไร?
สำหรับชุดตรวจแบบ Competitive Immunoassay ทั่วไป หากเส้น C ขึ้นและเส้น T ปรากฏภายในเวลาที่กำหนด แม้จะจางมักถือเป็นผลลบ แต่ต้องยึดคู่มือของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
5. ดื่มน้ำมากก่อนตรวจทำให้ผลเปลี่ยนได้หรือไม่?
ได้ การดื่มน้ำมากอาจทำให้ปัสสาวะเจือจางและความเข้มข้นของสารต่ำกว่าค่าตัด ส่งผลให้เกิดผลลบทั้งที่ยังมีสารอยู่ในตัวอย่าง
6. ชุดตรวจหมดอายุยังใช้ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้ เพราะน้ำยาและแอนติบอดีอาจเสื่อมประสิทธิภาพ ทำให้เกิดผลบวกหรือผลลบที่คลาดเคลื่อน
7. ควรใช้ตัวอย่างปัสสาวะช่วงไหน?
ควรเลือกช่วงเวลาตามคำแนะนำของผู้ผลิต เนื่องจากระยะตรวจพบขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่ในการใช้ การเผาผลาญ และค่าตัดของชุดตรวจ จึงไม่มีช่วงเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
สรุป
คำตอบของคำถามว่า ชุดตรวจกระท่อมแม่นไหม คือ ชุดตรวจมีประโยชน์สำหรับการคัดกรองเบื้องต้นเมื่อใช้ถูกวิธี แต่ผลอาจคลาดเคลื่อนได้จากช่วงเวลาตรวจ ปัสสาวะเจือจาง ค่าตัด การเก็บรักษา วิธีอ่านผล และสารรบกวน
หากผลตรวจนำไปสู่การตัดสินใจที่กระทบต่อบุคคล ไม่ควรอาศัยชุดตรวจรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ควรตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการและให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้แปลผล
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ที่ตรวจสารเสพติด “







