หลายคนเรียกว่า “ชุดตรวจนิโคติน” แต่ในความเป็นจริง ชุดตรวจแบบรวดเร็วจำนวนมากไม่ได้ตรวจหานิโคตินโดยตรง แต่ตรวจหา Cotinine (โคตินีน) ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นหลังจากร่างกายสลายนิโคติน และอยู่ในร่างกายได้นานกว่านิโคติน จึงถูกนำมาใช้เป็นตัวบ่งชี้การได้รับนิโคตินอย่างแพร่หลาย
ชุดตรวจ Cotinine แบบปัสสาวะหลายชนิดใช้หลักการ Competitive Immunoassay หรือการตรวจแบบแข่งขันระหว่าง Cotinine ในตัวอย่างกับสารที่อยู่บนแถบทดสอบ หากมี Cotinine ถึงระดับ Cut-off ของชุดตรวจ รูปแบบของเส้นบริเวณ Test (T) จะเปลี่ยนไปตามหลักการของชุดนั้น
ดังนั้น การอ่านผลจึงไม่ควรใช้ความคุ้นเคยจากชุดตรวจแบบอื่น เช่น ชุดตรวจครรภ์ เพราะในชุดตรวจ Cotinine แบบ Competitive บางรุ่น “ไม่มีเส้น T” กลับหมายถึงผลบวก ต้องอ่านคู่มือของผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนแปลผล
ชุดตรวจนิโคตินทำงานยังไง ตรวจอะไร และรู้ผลได้จากอะไร?
ชุดตรวจนิโคตินแบบรวดเร็วส่วนใหญ่มักตรวจหา Cotinine ซึ่งเป็นสารเมตาบอไลต์สำคัญที่เกิดหลังร่างกายได้รับและสลายนิโคติน Cotinine ถูกใช้เป็น Biomarker ของการสัมผัสนิโคติน เพราะอยู่ในร่างกายนานกว่านิโคตินและสามารถตรวจได้จากปัสสาวะ เลือด หรือสารคัดหลั่งบางประเภท
สำหรับชุดตรวจปัสสาวะแบบ Competitive Immunoassay หลักการทั่วไปคือ
- C + T ขึ้น = ตัวอย่างมี Cotinine ต่ำกว่าระดับ Cut-off ของชุดตรวจ หรือไม่พบในระดับที่ชุดตรวจระบุ
- ขึ้นเฉพาะ C = พบ Cotinine ที่ระดับเท่ากับหรือสูงกว่า Cut-off ของชุดตรวจ
- ไม่ขึ้น C = ผลไม่สมบูรณ์ ต้องตรวจใหม่
รูปแบบดังกล่าวเป็นหลักการของชุดตรวจ Cotinine แบบ Competitive เช่นอุปกรณ์ที่ FDA เคยประเมิน ซึ่งใช้การหายไปของเส้น T เป็นสัญญาณผลบวก อย่างไรก็ตาม ค่า Cut-off และวิธีอ่านผลต้องยึดคู่มือของชุดตรวจแต่ละรุ่นเป็นหลัก

ชุดตรวจนิโคตินจริง ๆ แล้วตรวจ “นิโคติน” หรือ “Cotinine”?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และวิธีตรวจ แต่การตรวจการได้รับนิโคตินในทางห้องปฏิบัติการและชุดคัดกรองจำนวนมากนิยมใช้ Cotinine เป็นตัวบ่งชี้มากกว่านิโคตินโดยตรง
เมื่อร่างกายได้รับนิโคตินจากผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน ร่างกายจะเปลี่ยนนิโคตินเป็นสารเมตาบอไลต์หลายชนิด โดย Cotinine และ trans-3′-hydroxycotinine เป็นสารสำคัญที่พบในการตรวจปัสสาวะ และมีคุณสมบัติที่ทำให้เหมาะกับการใช้เป็น Biomarker มากกว่านิโคตินซึ่งมีช่วงเวลาตรวจพบสั้นกว่า
สรุปง่าย ๆ คือ
นิโคติน = สารที่ร่างกายได้รับ
Cotinine = ร่องรอยสำคัญที่เกิดหลังร่างกายสลายนิโคติน
ทำไมชุดตรวจจึงนิยมตรวจ Cotinine?
เหตุผลสำคัญคือ Cotinine อยู่ในร่างกายนานกว่านิโคติน จึงเหมาะกับการประเมินการได้รับนิโคตินในช่วงที่ผ่านมา NCI ระบุว่าสามารถตรวจ Cotinine ได้จากเลือด ปัสสาวะ หรือสารคัดหลั่ง และใช้ติดตามการได้รับนิโคตินได้
ARUP Consult ระบุว่า Cotinine เป็นเมตาบอไลต์หลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับตรวจการได้รับนิโคติน และในบางกรณีอาจตรวจพบได้ถึงประมาณ 7 วันหลังได้รับนิโคติน ทั้งนี้ระยะตรวจพบจริงขึ้นอยู่กับวิธีตรวจ ปริมาณและความถี่ในการได้รับนิโคติน รวมถึงปัจจัยของแต่ละบุคคล
ตารางเปรียบเทียบ Nicotine กับ Cotinine
| หัวข้อ | Nicotine | Cotinine |
|---|---|---|
| คืออะไร | สารนิโคตินที่เข้าสู่ร่างกาย | สารที่เกิดจากการสลายนิโคติน |
| ใช้เป็น Biomarker ได้หรือไม่ | ได้ แต่ช่วงตรวจพบสั้นกว่า | นิยมใช้มากกว่า |
| ตรวจจากปัสสาวะได้หรือไม่ | ได้ในวิธีห้องปฏิบัติการบางชนิด | ได้และนิยมใช้ |
| เหมาะกับ Rapid Screening | พบได้น้อยกว่า | ใช้แพร่หลายกว่า |
| บอกแหล่งนิโคตินได้หรือไม่ | ไม่ได้เสมอไป | ไม่ได้เสมอไป |
CDC ระบุว่า Cotinine และ hydroxycotinine มีความเข้มข้นและช่วงการกำจัดที่เหมาะกว่าในการใช้เป็น Biomarker ของการได้รับนิโคตินเมื่อเทียบกับการดูนิโคตินเพียงอย่างเดียว
ชุดตรวจ Cotinine ทำงานอย่างไร?
ชุดตรวจแบบรวดเร็วจำนวนมากใช้หลัก Chromatographic Immunoassay ซึ่งอาศัยปฏิกิริยาจำเพาะระหว่าง Antigen กับ Antibody
เมื่อหยดตัวอย่างปัสสาวะลงบนช่อง Sample ตัวอย่างจะเคลื่อนที่ไปตาม Membrane ภายในชุดตรวจ
จากนั้นจะเกิดการแข่งขันระหว่าง
Cotinine ที่อยู่ในตัวอย่าง
กับ
Cotinine conjugate ที่อยู่ภายในชุดตรวจ
เพื่อจับกับ Antibody ที่กำหนดไว้บนแถบทดสอบ
หลักการนี้จึงถูกเรียกว่า
Competitive Immunoassay
ทำไมผลบวกบางชุดจึงมีแค่ 1 ขีด?
นี่เป็นจุดที่สร้างความสับสนมากที่สุด
ในชุดตรวจ Cotinine แบบ Competitive บางชนิด หากตัวอย่างมี Cotinine ถึงหรือสูงกว่า Cut-off สาร Cotinine ในตัวอย่างจะเข้าไปแข่งขันจนขัดขวางการเกิดเส้นที่บริเวณ Test
ผลที่เห็นจึงกลายเป็น
C ขึ้น แต่ T ไม่ขึ้น = Positive
FDA อธิบายหลักการดังกล่าวไว้ในเอกสารประเมินอุปกรณ์ตรวจ Cotinine ในปัสสาวะ โดย Cotinine ที่อยู่เหนือ Cut-off จะยับยั้งการเกิดเส้นบริเวณ Test
จึงตรงข้ามกับชุดตรวจบางประเภทที่คนทั่วไปคุ้นเคยว่า “สองขีด = บวก”
วิธีอ่านผลชุดตรวจนิโคตินแบบ Cotinine
ตารางต่อไปนี้ใช้กับ ชุดตรวจแบบ Competitive ที่ใช้ C/T ตามหลักการนี้เท่านั้น ควรตรวจสอบคู่มือของผลิตภัณฑ์จริงทุกครั้ง
| ผลบนแถบทดสอบ | การแปลผล |
|---|---|
| C + T | Negative / ต่ำกว่า Cut-off |
| C อย่างเดียว | Positive / ถึงหรือสูงกว่า Cut-off |
| ไม่มี C | Invalid |
| T จาง แต่ยังมองเห็น | โดยทั่วไปยังถือว่ามีเส้น T แต่ต้องยึดเกณฑ์ในคู่มือของชุดนั้น |
เส้น Control หรือ C มีหน้าที่ช่วยยืนยันว่าตัวอย่างเคลื่อนผ่านระบบและกระบวนการตรวจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม หากเส้น Control ไม่ปรากฏ ไม่ควรแปลผลชุดตรวจนั้น
Cut-off คืออะไร?
Cut-off คือค่าความเข้มข้นที่ชุดตรวจใช้เป็นจุดแบ่งระหว่างผลที่รายงานว่า Positive กับ Negative
ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ FDA เคยประเมินใช้ Cut-off Cotinine ที่ 500 ng/mL แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของชุดตรวจทุกยี่ห้อ เพราะค่า Cut-off แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ชนิดตัวอย่าง และวิธีวิเคราะห์
ดังนั้นก่อนใช้ควรดูบนกล่องหรือคู่มือว่า
COT Cut-off = กี่ ng/mL?
อย่านำ Cut-off ของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้แปลผลอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง
ผล Positive หมายความว่าอะไร?
ผล Positive จากชุดตรวจ Cotinine หมายความว่า ตรวจพบ Cotinine ถึงระดับ Cut-off ที่ชุดตรวจนั้นกำหนด ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า “ผู้ตรวจสูบบุหรี่แน่นอน”
เพราะ Cotinine สามารถเกิดจากการได้รับนิโคตินจากหลายแหล่ง เช่น ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน และผลิตภัณฑ์ Nicotine Replacement Therapy บางชนิด เช่น หมากฝรั่งหรือแผ่นแปะนิโคติน
ดังนั้น ชุดตรวจ Cotinine ตรวจการได้รับนิโคติน ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของนิโคตินโดยตรง
สูบบุหรี่ไฟฟ้า ตรวจเจอไหม?
หากผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีนิโคติน ร่างกายสามารถสร้าง Cotinine หลังได้รับนิโคตินได้ ดังนั้นการตรวจ Cotinine จึงสามารถสะท้อนการได้รับนิโคตินจากผลิตภัณฑ์หลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุหรี่มวน
แต่ผลจริงยังขึ้นอยู่กับ
- ปริมาณนิโคตินที่ได้รับ
- ความถี่ในการใช้
- เวลาที่ผ่านไปก่อนตรวจ
- ค่า Cut-off ของชุดตรวจ
- การเผาผลาญของแต่ละคน
- ชนิดตัวอย่างที่ใช้
จึงไม่ควรใช้ผล Rapid Test เพื่อคำนวณว่าบุคคลใช้ผลิตภัณฑ์กี่ครั้งหรือได้รับนิโคตินปริมาณเท่าใด
ใช้หมากฝรั่งหรือแผ่นแปะนิโคติน ตรวจขึ้นได้ไหม?
เป็นไปได้
เพราะ Nicotine Replacement Therapy นำนิโคตินเข้าสู่ร่างกาย และ Cotinine เป็นเมตาบอไลต์ของนิโคติน ดังนั้นการตรวจ Cotinine เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแยกได้ว่านิโคตินมาจากบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์นิโคตินบริสุทธิ์
ในห้องปฏิบัติการอาจมีการตรวจสารอื่น เช่น Anabasine เพื่อช่วยประเมินแหล่งของการได้รับนิโคตินในบางสถานการณ์ แต่ ARUP ระบุว่าการตรวจดังกล่าวก็มีข้อจำกัดและต้องแปลผลร่วมกับ Biomarker อื่น
ควันบุหรี่มือสองทำให้ตรวจเจอได้หรือไม่?
การสัมผัสควันบุหรี่มือสองสามารถทำให้ตรวจพบ Cotinine ในร่างกายได้ และ Cotinine ถูกใช้เป็น Biomarker สำหรับประเมินทั้งการได้รับนิโคตินโดยตรงและการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง
อย่างไรก็ตาม การที่ Rapid Test จะขึ้น Positive หรือไม่ขึ้นอยู่กับระดับ Cotinine เทียบกับ Cut-off ของชุดตรวจ จึงไม่สามารถสรุปจากคำว่า “เคยอยู่ใกล้คนสูบบุหรี่” เพียงอย่างเดียวได้
ชุดตรวจนิโคตินบอกได้ไหมว่าสูบกี่มวน?
ไม่ได้
Rapid Test แบบ Qualitative ออกแบบมาเพื่อแบ่งผลตาม Cut-off เช่น Positive หรือ Negative ไม่ได้ให้ค่าความเข้มข้นของ Cotinine แบบตัวเลข จึงไม่สามารถใช้ระบุจำนวนบุหรี่ จำนวนครั้งที่สูบ หรือปริมาณนิโคตินที่ได้รับได้โดยตรง
ถ้าต้องการข้อมูลเชิงปริมาณ ห้องปฏิบัติการสามารถใช้วิธี เช่น Mass Spectrometry เพื่อวัดระดับ Nicotine และ metabolites เป็นตัวเลขได้ละเอียดกว่า Qualitative Immunoassay
Rapid Test กับการตรวจในห้องปฏิบัติการต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | Rapid Cotinine Test | Laboratory Test |
|---|---|---|
| รูปแบบผล | Positive / Negative | สามารถรายงานค่าเชิงปริมาณได้ |
| วิธีทั่วไป | Immunoassay | เช่น LC-MS/MS |
| ความรวดเร็ว | รู้ผลได้รวดเร็ว | ต้องผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการ |
| Cut-off | ตามชุดตรวจ | ตามวิธีและห้องปฏิบัติการ |
| เหมาะกับ | Screening | ตรวจยืนยันหรือวิเคราะห์ละเอียด |
ARUP ระบุว่าการตรวจเชิงปริมาณด้วย Mass Spectrometry มีความไวและขีดจำกัดการตรวจที่ต่างจาก Qualitative Immunoassay ส่วน CDC ใช้ HPLC-MS/MS ในการวัด Nicotine metabolites สำหรับงาน Biomonitoring
ชุดตรวจนิโคตินเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
ชุดตรวจแบบรวดเร็วสามารถใช้เป็นเครื่องมือ Screening เบื้องต้น สำหรับประเมินว่ามี Cotinine ถึงระดับ Cut-off หรือไม่ โดยอาจนำไปใช้ในบริบทต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
หากนำไปใช้ในองค์กร โรงเรียน หรือกระบวนการที่ผลตรวจมีผลต่อสิทธิของบุคคล ควรมีนโยบายที่ชัดเจน การแจ้งวัตถุประสงค์ การคุ้มครองข้อมูล และแนวทางตรวจยืนยันเมื่อจำเป็น ไม่ควรใช้ Rapid Test เพียงครั้งเดียวเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล
ปัจจัยอะไรทำให้การแปลผลคลาดเคลื่อนได้?
แม้ชุดตรวจจะใช้งานง่าย แต่ผลอาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น
- ใช้ตัวอย่างหรือปริมาณตัวอย่างไม่ตรงคู่มือ
- อ่านผลเร็วหรือช้าเกินช่วงเวลาที่กำหนด
- ชุดตรวจหมดอายุ
- เก็บชุดตรวจไม่ถูกอุณหภูมิ
- ใช้ Cut-off ผิด
- ตัวอย่างมี Cotinine อยู่ใกล้ค่า Cut-off
- แปลผลเส้นจางผิด
- ไม่มีเส้น Control แต่ยังนำผลมาใช้
FDA ระบุว่าประสิทธิภาพของ Qualitative Cotinine Test อาจมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเมื่อความเข้มข้นของตัวอย่างอยู่ใกล้ Cut-off ดังนั้นผลที่มีความสำคัญสูงควรได้รับการยืนยันด้วยวิธีที่จำเพาะกว่า
วิธีใช้ชุดตรวจนิโคตินแบบ Cotinine อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนนี้เป็นแนวทางทั่วไป ชุดตรวจแต่ละรุ่นอาจกำหนดปริมาณตัวอย่างและเวลาอ่านผลไม่เหมือนกัน จึงต้องยึด Instructions for Use ของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบชนิดของชุดตรวจ
ดูบนกล่องว่าเป็น
COT / Cotinine Test
และตรวจสอบว่ารองรับตัวอย่างประเภทใด เช่น ปัสสาวะ
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบ Cut-off
อ่านค่าที่ผู้ผลิตระบุ เช่น
COT xx ng/mL
เพราะ Cut-off มีผลโดยตรงต่อการแปลผล Positive และ Negative และแตกต่างกันได้ตามชุดตรวจ
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์
ไม่ควรใช้ชุดตรวจที่หมดอายุ ซองเสียหาย หรือถูกจัดเก็บผิดเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด
ขั้นตอนที่ 4 เตรียมตัวอย่างตามคู่มือ
ใช้ภาชนะและตัวอย่างตามที่ผลิตภัณฑ์กำหนด และหลีกเลี่ยงการดัดแปลงวิธีเก็บตัวอย่างเอง
ขั้นตอนที่ 5 เติมตัวอย่าง
เติมตัวอย่างลงบริเวณ Sample ตามปริมาณที่คู่มือระบุ จากนั้นวางชุดตรวจบนพื้นราบ
ขั้นตอนที่ 6 รอเวลาตามที่กำหนด
จับเวลาตาม Instructions for Use ของชุดตรวจ
ไม่ควรอ่านผลจากเวลาของผลิตภัณฑ์อื่น เพราะแต่ละรุ่นอาจไม่เหมือนกัน
ขั้นตอนที่ 7 ตรวจเส้น Control ก่อน
หากไม่มีเส้น C ให้ถือว่า Invalid และไม่ควรแปลผล
ขั้นตอนที่ 8 อ่านเส้น Test ตามหลักการของชุด
สำหรับ Competitive Cotinine Test ทั่วไป
- C + T = Negative
- C อย่างเดียว = Positive
- ไม่มี C = Invalid
แต่ควรใช้แผนภาพในคู่มือของชุดตรวจจริงเป็นเกณฑ์สุดท้าย

จุดที่มักอ่านผลผิด
คิดว่า 2 ขีดต้องเป็น Positive
ไม่เสมอไป เพราะ Cotinine Rapid Test หลายรุ่นเป็น Competitive Assay ซึ่ง 2 ขีดหมายถึง Negative ตาม Cut-off ของชุดตรวจ
เห็นเส้น T จางแล้วคิดว่า Positive
การแปลผลเส้นจางต้องยึดคู่มือของผู้ผลิต หากคู่มือกำหนดว่าเส้น T ที่มองเห็นภายในเวลาอ่านผลถือเป็นเส้น Test ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น
อ่านผลหลังเวลาที่กำหนดนานเกินไป
ไม่ควรนำลักษณะของแถบตรวจหลังช่วงเวลาอ่านผลที่ผู้ผลิตกำหนดมาใช้ตัดสิน
ใช้ผล Positive เท่ากับ “สูบบุหรี่”
ผล Cotinine แสดงการได้รับนิโคติน ไม่ได้ยืนยันแหล่งที่มาเพียงอย่างเดียว
ชุดตรวจนิโคตินรู้ผลจากอะไร สรุปแบบสั้นที่สุด
ชุดตรวจไม่ได้ดูจากสีปัสสาวะหรือกลิ่น แต่ดูจาก ปฏิกิริยาระหว่าง Cotinine กับ Antibody บนแถบทดสอบ
ในชุดแบบ Competitive
C + T = ต่ำกว่า Cut-off
C อย่างเดียว = ถึงหรือสูงกว่า Cut-off
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนตรวจคือดูว่า
ตรวจสารอะไร + Cut-off เท่าไร + ผล Positive แสดงแบบไหน
สามอย่างนี้จะช่วยลดความผิดพลาดในการอ่านผลได้มากที่สุด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดตรวจนิโคติน
ชุดตรวจนิโคตินตรวจหาอะไร?
ชุดตรวจจำนวนมากตรวจหา Cotinine ซึ่งเป็นสารเมตาบอไลต์ที่เกิดจากการสลายนิโคตินและนิยมใช้เป็น Biomarker ของการได้รับนิโคติน
ทำไมชุดตรวจนิโคติน Positive ถึงขึ้นขีดเดียว?
ในชุดตรวจ Cotinine แบบ Competitive การมี Cotinine ถึง Cut-off จะขัดขวางการเกิดเส้น Test จึงมักเห็นเพียงเส้น Control หรือ C เมื่อเป็น Positive
ขึ้น 2 ขีดหมายถึงอะไร?
สำหรับชุดตรวจ Cotinine แบบ Competitive ที่ใช้รูปแบบดังกล่าว C และ T ขึ้นหมายถึง Negative หรือต่ำกว่า Cut-off แต่ต้องตรวจสอบคู่มือของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนแปลผล
ชุดตรวจ Cotinine ตรวจบุหรี่ไฟฟ้าได้ไหม?
หากบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีนิโคติน ร่างกายสามารถสร้าง Cotinine ได้ การตรวจจึงสามารถสะท้อนการได้รับนิโคติน แต่ไม่สามารถบอกได้จาก Cotinine เพียงอย่างเดียวว่านิโคตินมาจากผลิตภัณฑ์ชนิดใด
ใช้หมากฝรั่งนิโคตินแล้วตรวจ Positive ได้ไหม?
เป็นไปได้ เนื่องจาก Nicotine Replacement Therapy สามารถทำให้ร่างกายได้รับนิโคตินและสร้าง Cotinine ได้ การตรวจ Cotinine เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแยกแหล่งนิโคตินได้อย่างเด็ดขาด
Cotinine อยู่ในร่างกายนานแค่ไหน?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่ วิธีตรวจ ชนิดตัวอย่าง และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล โดย ARUP ระบุว่า Cotinine อาจตรวจพบได้ถึงประมาณ 7 วันหลังได้รับนิโคตินในบางสถานการณ์
ผล Negative แปลว่าไม่เคยได้รับนิโคตินใช่ไหม?
ไม่ใช่ ผล Negative ของ Rapid Test หมายถึงระดับสารต่ำกว่า Cut-off ของชุดตรวจ ณ เวลาที่ตรวจ ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่เคยได้รับนิโคตินมาก่อน
ชุดตรวจนิโคตินบอกได้ไหมว่าสูบกี่มวน?
ไม่ได้ ชุดตรวจแบบ Qualitative ให้ผลเป็น Positive หรือ Negative ตาม Cut-off ไม่ได้วัดจำนวนบุหรี่หรือปริมาณนิโคตินที่ได้รับโดยตรง
ถ้าผลมีความสำคัญ ต้องตรวจยืนยันหรือไม่?
หากผลตรวจจะถูกใช้ประกอบการตัดสินใจที่มีผลสำคัญต่อบุคคล ควรพิจารณาวิธีตรวจยืนยันที่จำเพาะกว่า Rapid Immunoassay โดยวิธีห้องปฏิบัติการ เช่น Mass Spectrometry สามารถให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่า
สรุป
ชุดตรวจนิโคตินแบบรวดเร็วจำนวนมากทำงานโดยตรวจหา Cotinine ซึ่งเป็นสารที่เกิดหลังจากร่างกายสลายนิโคติน
จุดสำคัญที่ควรเข้าใจคือ Cotinine Rapid Test หลายรุ่นใช้หลัก Competitive Immunoassay จึงอาจอ่านผลตรงข้ามกับชุดตรวจที่เราคุ้นเคย
จำง่าย ๆ สำหรับชุดที่ใช้หลักการนี้คือ
C + T = Negative
C อย่างเดียว = Positive
ไม่มี C = Invalid
แต่ต้องตรวจคู่มือทุกครั้ง เพราะ Cut-off วิธีใช้ เวลาอ่านผล และรูปแบบการแปลผลอาจแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์
และที่สำคัญ ผล Cotinine Positive หมายถึงพบหลักฐานของการได้รับนิโคตินตามเกณฑ์ของชุดตรวจ ไม่ได้บอกโดยลำพังว่านิโคตินมาจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคตินชนิดใด
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจนิโคตินทั้งหมด : ” ชุดตรวจนิโคติน “








