เมื่อพูดถึง ชุดตรวจสารเสพติด ที่สามารถตรวจ THC หลายคนอาจเข้าใจว่าชุดตรวจกำลังค้นหาสาร THC โดยตรงจากปัสสาวะ แต่ในความเป็นจริง โดยเฉพาะชุดตรวจแบบปัสสาวะ ส่วนใหญ่มักตรวจหา สารเมตาบอไลต์ของ THC ที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังได้รับสารจากกัญชา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ที่ตรวจสารเสพติด บางชนิดยังสามารถให้ผลบวกได้ แม้เวลาจะผ่านไปแล้วระยะหนึ่ง และผลบวกจากการตรวจปัสสาวะไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบุคคลนั้นกำลังอยู่ภายใต้อิทธิพลของ THC ในขณะตรวจ
บทความนี้จะอธิบายแบบไม่ซับซ้อนว่า THC เข้าสู่ร่างกายแล้วเกิดอะไรขึ้น ชุดตรวจทำงานอย่างไร และทำไมผลคัดกรองเบื้องต้นจึงควรได้รับการแปลผลอย่างเหมาะสม
ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ THC ได้อย่างไร?
ชุดตรวจ THC แบบปัสสาวะส่วนใหญ่อาศัยหลัก Immunoassay เพื่อตรวจหาสารเมตาบอไลต์ของ THC โดยเฉพาะสารกลุ่ม THC-COOH ซึ่งเกิดขึ้นหลังร่างกายเผาผลาญ THC แล้ว ไม่ได้วัดระดับความมึนเมาหรือบอกเวลาที่ใช้กัญชาได้อย่างแม่นยำ
ชุดตรวจแบบ Rapid Test มักให้ผลเชิงคุณภาพว่า พบหรือไม่พบสารเหนือค่า Cut-off ที่กำหนด หากผลเป็นบวก จึงควรมองว่าเป็น ผลคัดกรองเบื้องต้น (presumptive positive) ไม่ใช่ผลยืนยันขั้นสุดท้าย โดย FDA แนะนำว่าผลบวกจากชุดตรวจเบื้องต้นควรได้รับการยืนยันด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อผลนั้นมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ U.S. Food and Drug Administration
THC คืออะไร และร่างกายจัดการกับมันอย่างไร?
THC หรือ Delta-9-tetrahydrocannabinol เป็นสารแคนนาบินอยด์ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและเป็นองค์ประกอบสำคัญชนิดหนึ่งในกัญชา
หลัง THC เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะผ่านการสูบ การรับประทาน หรือวิธีอื่น ร่างกายจะค่อย ๆ เปลี่ยน THC ไปเป็นสารอื่นหลายชนิด
หนึ่งในสารสำคัญที่ใช้ในการตรวจปัสสาวะคือ
11-nor-9-carboxy-THC หรือ THC-COOH
THC-COOH เป็นเมตาบอไลต์ที่ไม่มีฤทธิ์ทำให้มึนเมา แต่สามารถถูกขับออกทางปัสสาวะและตรวจพบได้นานกว่า THC ตัวต้นแบบ ดังนั้นการตรวจปัสสาวะจึงเหมาะกับการตรวจหา หลักฐานของการได้รับ THC ในช่วงก่อนหน้า มากกว่าการระบุว่าบุคคลกำลังมีอาการจาก THC อยู่ในขณะนั้น Mayo Clinic Laboratories
ชุดตรวจสารเสพติด THC ตรวจ “THC” หรือ “THC-COOH”?
ขึ้นอยู่กับชนิดตัวอย่างที่ใช้ตรวจ
| ประเภทการตรวจ | สิ่งที่มักตรวจหา | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| ปัสสาวะ | THC-COOH หรือ Cannabinoid Metabolite | ใช้คัดกรองย้อนหลังได้ค่อนข้างนาน |
| น้ำลาย | THC ตัวต้นแบบเป็นหลัก | มักสะท้อนการได้รับสารในช่วงใกล้กว่า |
| เลือด | THC และ/หรือเมตาบอไลต์ | ใช้ในงานตรวจเฉพาะทางมากกว่า |
| ตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ | THC-COOH หรือสารเป้าหมายที่กำหนด | สามารถระบุสารได้จำเพาะกว่า Rapid Test |
ในแนวทางการตรวจสารเสพติดของสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น การตรวจปัสสาวะใช้ cannabinoid metabolite เป็นเป้าหมาย ขณะที่การตรวจ Oral Fluid ใช้ THC เป็นเป้าหมายโดยตรง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “ชุดตรวจ THC” ไม่ได้หมายความว่าทุกวิธีจะตรวจสารชนิดเดียวกัน SAMHSA
ชุดตรวจ THC แบบปัสสาวะทำงานอย่างไร?
ที่ตรวจสารเสพติด แบบแถบตรวจหรือชุดตรวจอย่างรวดเร็วจำนวนมากใช้เทคนิคที่เรียกว่า Immunochromatographic Assay หรือ Lateral Flow Immunoassay
หลักการสำคัญคือการใช้แอนติบอดีที่ออกแบบมาให้ตอบสนองกับสารเป้าหมายหรือสารที่มีโครงสร้างเกี่ยวข้องกับ THC metabolite
เมื่อปัสสาวะไหลผ่านแถบตรวจ สารในตัวอย่างจะทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบภายในแถบ และผลจะปรากฏเป็นเส้นบนตำแหน่ง Control และ Test
FDA มีข้อมูลของชุดตรวจ THC แบบปัสสาวะที่ใช้ระบบ immunochromatographic เพื่อตรวจ 11-nor-Δ9-THC-9-COOH ในปัสสาวะแบบเชิงคุณภาพ FDA
ทำไม THC Test จึงอ่านผลต่างจากชุดตรวจบางชนิด?
ชุดตรวจสารเสพติดแบบ Competitive Immunoassay มีวิธีแสดงผลที่อาจดู “กลับกัน” สำหรับคนที่ใช้ครั้งแรก
โดยทั่วไป หากเป็นชุดที่ออกแบบตามหลัก competitive assay:
ขึ้น 2 ขีด C + T = ผลลบเบื้องต้น
หมายถึงระดับสารเป้าหมายต่ำกว่า Cut-off ของชุดตรวจ
ขึ้นเฉพาะขีด C = ผลบวกเบื้องต้น
หมายถึงสารเป้าหมายอาจอยู่ที่หรือสูงกว่าระดับ Cut-off
ไม่มีขีด C = ผลใช้ไม่ได้
ควรตรวจใหม่ด้วยอุปกรณ์ชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม ต้องอ่านเอกสารกำกับของ ชุดตรวจสารเสพติดแต่ละรุ่น ทุกครั้ง เพราะรูปแบบการอ่านผล ระยะเวลารอ และค่า Cut-off อาจแตกต่างกัน

Cut-off คืออะไร? ทำไมมี THC แต่ชุดตรวจอาจขึ้นลบ?
Cut-off คือระดับที่ผู้ผลิตหรือระบบการตรวจใช้เป็นจุดแบ่งระหว่างผลคัดกรองบวกและลบ
จึงไม่ได้หมายความว่า
“ขึ้นลบ = ไม่มีสารเลยแม้แต่น้อย”
แต่อาจหมายความว่า ระดับสารเป้าหมายต่ำกว่าค่า Cut-off ของชุดตรวจ
ตัวอย่างเช่น แนวทางตรวจสารเสพติดในสถานที่ทำงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ใช้ค่าเริ่มต้นของ cannabinoid metabolite ในปัสสาวะที่ 50 ng/mL และการตรวจยืนยันที่ 15 ng/mL แต่ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างของโปรแกรมตรวจหนึ่ง ไม่ใช่ค่าเดียวที่ใช้กับชุดตรวจทุกยี่ห้อหรือทุกประเทศ SAMHSA
ดังนั้นก่อนเลือก ที่ตรวจสารเสพติด THC ควรดูค่า Cut-off บน Specification หรือ Instructions for Use ของผลิตภัณฑ์จริง
ตรวจ THC จากปัสสาวะได้นานแค่ไหน?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบเป็นจำนวนวันที่ตายตัว
ระยะเวลาการตรวจพบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ความถี่ในการได้รับ THC
- ปริมาณที่ได้รับ
- ลักษณะการใช้
- การเผาผลาญของแต่ละบุคคล
- ความเข้มข้นของปัสสาวะ
- ค่า Cut-off ของชุดตรวจ
- วิธีการตรวจที่ใช้
Mayo Clinic Laboratories ระบุว่าระยะตรวจพบ THC-COOH ในปัสสาวะสามารถแตกต่างอย่างมาก ตั้งแต่ช่วงหลังการใช้ครั้งเดียวไปจนถึงหลายสัปดาห์ในผู้ที่ได้รับ THC เป็นประจำ โดยเน้นว่าระยะเวลาจริงขึ้นกับปริมาณ ความถี่ และ metabolism ของแต่ละบุคคล Mayo Clinic Laboratories
ดังนั้น การเห็นผลบวกจึงไม่สามารถนำไปคำนวณย้อนกลับอย่างแม่นยำว่า “ใช้เมื่อกี่ชั่วโมงก่อน”
ผลบวก THC หมายความว่ากำลังมึนเมาหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นจากผลปัสสาวะเพียงอย่างเดียว
เพราะชุดตรวจปัสสาวะส่วนใหญ่มองหา THC-COOH ซึ่งเป็นสารที่เหลือจากการเผาผลาญและสามารถอยู่ในร่างกายหลังฤทธิ์ของ THC ผ่านไปแล้ว
ผลตรวจปัสสาวะจึงตอบคำถามได้ใกล้เคียงกับว่า
“ตรวจพบสารเมตาบอไลต์ของ THC เหนือเกณฑ์หรือไม่?”
มากกว่าการตอบว่า
“บุคคลนี้กำลังได้รับผลกระทบจาก THC อยู่หรือไม่?”
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับบริษัท โรงงาน และฝ่าย HR ที่นำ ชุดตรวจสารเสพติด มาใช้ในองค์กร
ทำไมผลบวกจาก Rapid Test จึงควรยืนยันอีกครั้ง?
Rapid Test มีข้อดีคือใช้งานง่ายและทราบผลรวดเร็ว แต่ทำหน้าที่หลักเป็น Screening Test
FDA ระบุว่าปัจจัยหลายอย่างสามารถส่งผลต่อการตรวจแบบใช้เองได้ รวมถึงวิธีการตรวจ ยา อาหารเสริม หรือปัจจัยอื่น ดังนั้นผลบวกเบื้องต้นควรได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการเมื่อจำเป็น U.S. Food and Drug Administration
การตรวจยืนยันสามารถใช้เทคนิคที่มีความจำเพาะสูงกว่า เช่น
GC-MS หรือ LC-MS/MS
Mayo Clinic Laboratories ใช้ LC-MS/MS สำหรับการระบุและวัด THC-COOH ในการตรวจยืนยันบางประเภท Mayo Clinic Laboratories
ชุดตรวจ THC แบบ Single Test กับ Multi-Drug ต่างกันอย่างไร?
ถ้าต้องการตรวจเฉพาะกลุ่ม Cannabinoid สามารถเลือก ชุดตรวจ THC แบบสารเดียว ได้
แต่หากบริษัทต้องการคัดกรองหลายกลุ่มสารในครั้งเดียว อาจพิจารณา ชุดตรวจสารเสพติดแบบ Multi-Drug ซึ่งมีช่องตรวจหลาย Panel
ตัวอย่างเช่นอาจประกอบด้วย THC และกลุ่มสารอื่นตามรุ่นของผลิตภัณฑ์
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกจากจำนวน Panel มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจว่าแต่ละ Panel ตรวจสารอะไร ใช้ค่า Cut-off เท่าไร และเหมาะกับวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่
HowTo: วิธีใช้ชุดตรวจสารเสพติด THC ให้ถูกต้องเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจชื่อสารบนชุดตรวจ
ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีช่อง THC / Cannabinoid และดูว่าสารเป้าหมายที่ระบุในเอกสารกำกับคืออะไร
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจวันหมดอายุและบรรจุภัณฑ์
อย่าใช้ชุดตรวจที่หมดอายุ บรรจุภัณฑ์เสียหาย หรือถูกเก็บนอกเงื่อนไขของผู้ผลิต
ขั้นตอนที่ 3 เก็บตัวอย่างตามคำแนะนำ
ใช้ภาชนะและปริมาณตัวอย่างตาม Instructions for Use และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน
ขั้นตอนที่ 4 ใช้ชุดตรวจตามเวลาที่กำหนด
จุ่ม หยด หรือใช้ Cup ตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ควรเปลี่ยนขั้นตอนเอง
ขั้นตอนที่ 5 จับเวลาอ่านผล
อ่านผลในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ควรอ่านเร็วหรือปล่อยไว้นานเกินกำหนด
ขั้นตอนที่ 6 ตรวจ Control Line ก่อน
หากไม่มีเส้น Control ผลตรวจถือว่าไม่สมบูรณ์และควรตรวจใหม่
ขั้นตอนที่ 7 ยืนยันผลเมื่อจำเป็น
หากได้ผลบวกเบื้องต้นและผลนั้นจะนำไปใช้ในการตัดสินใจสำคัญ ควรมีขั้นตอนตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ
เลือกที่ตรวจสารเสพติด THC ต้องดูอะไร?
ก่อนซื้อ ไม่ควรดูเพียงราคาหรือคำว่า “ตรวจ THC ได้”
ควรเช็กอย่างน้อยว่า
ตรวจจากตัวอย่างอะไร — ปัสสาวะหรือน้ำลาย
ตรวจสารเป้าหมายอะไร — THC หรือ THC metabolite
Cut-off เท่าไร
Single หรือ Multi-Drug
ใช้เวลานานเท่าไรในการอ่านผล
เก็บรักษาที่อุณหภูมิใด
มี Lot Number และวันหมดอายุหรือไม่
มีเอกสารกำกับการใช้งานหรือไม่
สำหรับองค์กรที่ตรวจพนักงานจำนวนมาก เรื่อง Lot, Expiry Date และการจัดเก็บข้อมูลก็มีความสำคัญต่อการติดตามย้อนกลับเช่นกัน
สรุป: ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ THC ได้อย่างไร?
หัวใจสำคัญคือ ชุดตรวจ THC แบบปัสสาวะส่วนใหญ่ไม่ได้กำลังวัดฤทธิ์ของ THC ในขณะนั้น แต่ตรวจหาสารเมตาบอไลต์ เช่น THC-COOH ที่เหลืออยู่หลังร่างกายเผาผลาญ THC แล้ว
ที่ตรวจสารเสพติด แบบ Rapid Test มักใช้หลัก Immunoassay และรายงานผลแบบเชิงคุณภาพเทียบกับค่า Cut-off
จึงเหมาะสำหรับ การคัดกรองเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้ผลเพียงครั้งเดียวเพื่อสรุปเวลาในการใช้ ปริมาณที่ใช้ หรือระดับความมึนเมา
หากเป็นการตรวจที่มีผลต่อการรักษา การจ้างงาน หรือการตัดสินใจสำคัญ ควรมีขั้นตอนยืนยันผลและผู้ที่มีความรู้ช่วยแปลผลอย่างเหมาะสม
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดตรวจ THC
ชุดตรวจสารเสพติด THC ตรวจกัญชาได้หรือไม่?
ชุดตรวจ THC สามารถใช้คัดกรองสารที่เกี่ยวข้องกับการได้รับ THC ได้ โดยชุดตรวจปัสสาวะส่วนใหญ่มักตรวจ THC metabolite เช่น THC-COOH มากกว่าตรวจ THC ตัวต้นแบบโดยตรง
ที่ตรวจสารเสพติด THC ขึ้น 2 ขีดหมายความว่าอย่างไร?
สำหรับชุดตรวจแบบ Competitive Immunoassay จำนวนมาก ขึ้น C และ T หมายถึงผลลบเบื้องต้น แต่ควรตรวจคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนแปลผลเสมอ
เส้น T จางถือว่าผลบวกหรือไม่?
สำหรับผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หากเส้น T ปรากฏภายในช่วงเวลาที่กำหนด แม้จะจาง อาจถูกตีความเป็นผลลบ แต่ต้องยึด Instructions for Use ของชุดตรวจรุ่นนั้นเป็นหลัก
ผลตรวจ THC เป็นบวกหมายความว่ากำลังมึนเมาหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปได้จากผลตรวจปัสสาวะเพียงอย่างเดียว เนื่องจากสารเมตาบอไลต์ของ THC สามารถตรวจพบได้หลังฤทธิ์ของ THC หมดไปแล้ว
ชุดตรวจ THC บอกได้ไหมว่าใช้กัญชาเมื่อไหร่?
ไม่สามารถระบุเวลาที่ใช้ได้อย่างแม่นยำจาก Rapid Test เพราะระยะตรวจพบขึ้นกับความถี่ ปริมาณ การเผาผลาญ ค่า Cut-off และปัจจัยอื่น
ผลตรวจ THC เป็นบวกต้องตรวจซ้ำหรือไม่?
หากผลจะนำไปใช้ในการตัดสินใจสำคัญ ควรมีการตรวจยืนยันด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการที่จำเพาะกว่า เช่น GC-MS หรือ LC-MS/MS
THC อยู่ในปัสสาวะกี่วัน?
ระยะตรวจพบแตกต่างกันมากตามลักษณะการใช้และแต่ละบุคคล อาจเป็นระยะสั้นหลังการใช้ครั้งเดียว และยาวหลายสัปดาห์ในผู้ใช้เป็นประจำ จึงไม่ควรใช้จำนวนวันที่ตายตัวกับทุกคน Mayo Clinic Laboratories
➡️ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดตรวจสารเสพติด Line :@magdcine
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจสารเสพติดทั้งหมด : ” ชุดตรวจสารเสพติด “
➡️ดูรายละเอียดชุดตรวจกัญชา: ” ชุดตรวจกัญชา “
#ชุดตรวจสารเสพติด #ที่ตรวจสารเสพติด #ตรวจสารเสพติด #ชุดตรวจสารเสพติดตรวจ THC #ตรวจTHC #THC #ชุดตรวจTHC #ตรวจสารเสพติดกัญชา #THCCOOH #DrugTest #RapidTest #MultiDrugTest #ตรวจสารเสพติดพนักงาน







